Home » Shop » WooCommerce Plugins » WPStore+ Core Web Vitals Monitor – ตรวจสอบความเร็วเว็บไซต์

WPStore+ Core Web Vitals Monitor – ตรวจสอบความเร็วเว็บไซต์

Original price was: ฿1,690.00.Current price is: ฿990.00.

Currency

WPStore+ Core Web Vitals Monitor ปลั๊กอินตรวจสอบความเร็วและประสบการณ์ใช้งานเว็บไซต์ WordPress จากผู้เข้าชมจริง ด้วยระบบ Real User Monitoring

  • ตรวจสอบค่า LCP, INP และ CLS
  • วิเคราะห์ประสิทธิภาพแยก Mobile และ Desktop
  • แสดงกราฟแนวโน้มความเร็วย้อนหลัง
  • ค้นหา URL ที่ควรปรับปรุง
  • เปรียบเทียบประสิทธิภาพก่อนและหลังอัปเดตเว็บไซต์
  • วิเคราะห์หน้าสินค้า ตะกร้า และ Checkout ของ WooCommerce
  • รองรับแจ้งเตือนผ่าน Email, LINE Messaging API, Slack และ Webhook
  • ส่งออกรายงาน CSV และสรุปผลรายสัปดาห์

ฟีเจอร์แจ้งเตือน การเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง การวิเคราะห์ WooCommerce และรายงานขั้นสูงต้องใช้ License ที่ใช้งานอยู่

เหมาะสำหรับเจ้าของเว็บไซต์ นักพัฒนา และผู้ดูแล WordPress ที่ต้องการวิเคราะห์ประสิทธิภาพด้วยข้อมูลจากผู้ใช้งานจริง

Guaranteed Safe Checkout

วิเคราะห์ประสิทธิภาพ WordPress จากการใช้งานของผู้เข้าชมจริง

เว็บไซต์โหลดช้า กดปุ่มแล้วตอบสนองไม่ทันใจ หรือมีองค์ประกอบบนหน้าจอขยับระหว่างโหลด อาจส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานของผู้เข้าชม โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาจำนวนมากหรือร้านค้าออนไลน์ WooCommerce

WPStore+ Core Web Vitals Monitor เป็น ปลั๊กอินตรวจสอบความเร็ว WordPress สำหรับตรวจสอบและวิเคราะห์ประสิทธิภาพเว็บไซต์ โดยเก็บข้อมูล Core Web Vitals จากการใช้งานของผู้เข้าชมจริง หรือที่เรียกว่า Real User Monitoring (RUM)

ระบบช่วยให้ผู้ดูแลเว็บไซต์มองเห็นว่าแต่ละหน้าเว็บมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร หน้าใดควรได้รับการปรับปรุง และประสิทธิภาพเปลี่ยนแปลงอย่างไรหลังจากอัปเดตปลั๊กอิน ธีม หรือปรับแต่งเว็บไซต์

ข้อมูลทั้งหมดสามารถตรวจสอบผ่าน Dashboard ภายใน WordPress โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการทดสอบความเร็วด้วยตนเองทุกครั้ง

Core Web Vitals คืออะไร และทำไมต้องตรวจสอบ?

Core Web Vitals เป็นชุดตัวชี้วัดประสบการณ์ใช้งานเว็บไซต์ที่ Google ใช้ประเมินคุณภาพการแสดงผลและการตอบสนองของหน้าเว็บ

ปลั๊กอินรองรับตัวชี้วัดสำคัญทั้ง 3 รายการ

1. LCP (Largest Contentful Paint)

วัดระยะเวลาที่องค์ประกอบเนื้อหาหลักขนาดใหญ่ที่สุดปรากฏบนหน้าจอ เช่น รูปภาพหลักหรือข้อความสำคัญ

  • ดี: ไม่เกิน 2.5 วินาที
  • ควรปรับปรุง: มากกว่า 2.5 ถึง 4 วินาที
  • ไม่ดี: มากกว่า 4 วินาที

2. INP (Interaction to Next Paint)

วัดความรวดเร็วในการตอบสนองของเว็บไซต์เมื่อผู้เข้าชมโต้ตอบกับหน้าเว็บ เช่น คลิกปุ่ม เลือกเมนู หรือกรอกข้อมูล

  • ดี: ไม่เกิน 200 มิลลิวินาที
  • ควรปรับปรุง: มากกว่า 200 ถึง 500 มิลลิวินาที
  • ไม่ดี: มากกว่า 500 มิลลิวินาที

3. CLS (Cumulative Layout Shift)

วัดความเสถียรของการจัดวางองค์ประกอบบนหน้าเว็บ เช่น รูปภาพ ข้อความ หรือปุ่มที่เลื่อนตำแหน่งโดยไม่คาดคิด

  • ดี: ไม่เกิน 0.1
  • ควรปรับปรุง: มากกว่า 0.1 ถึง 0.25
  • ไม่ดี: มากกว่า 0.25

การติดตามทั้งสามตัวชี้วัดช่วยให้ผู้ดูแลเว็บไซต์เข้าใจปัญหาที่ผู้เข้าชมอาจพบระหว่างใช้งานจริง

ฟีเจอร์สำคัญของ WPStore+ Core Web Vitals Monitor

ตรวจสอบประสิทธิภาพเว็บไซต์จากผู้ใช้งานจริง

ระบบ Real User Monitoring รวบรวมข้อมูล LCP, INP และ CLS จากเบราว์เซอร์ที่รองรับ เพื่อนำมาวิเคราะห์ประสบการณ์ใช้งานเว็บไซต์

  • ตรวจสอบข้อมูลจากการเข้าชมเว็บไซต์จริง
  • แยกผลการวัดระหว่าง Mobile และ Desktop
  • จำแนกประเภทหน้าเว็บ เช่น หน้าแรก บทความ และหน้าสินค้า
  • แสดงผลสถิติ P50, P75 และ P90
  • แสดงจำนวนตัวอย่างที่ใช้ประกอบการวิเคราะห์
  • แจ้งสถานะเมื่อข้อมูลยังไม่เพียงพอ

วิเคราะห์แนวโน้มความเร็วเว็บไซต์ย้อนหลัง

ติดตามความเปลี่ยนแปลงของ Core Web Vitals ผ่านรายงานและกราฟภายใน WordPress

  • ดูแนวโน้มย้อนหลัง 7, 28 และ 90 วัน
  • เปรียบเทียบข้อมูลกับช่วงเวลาก่อนหน้า
  • วิเคราะห์ LCP, INP และ CLS แยกจากกัน
  • ตรวจสอบว่าประสิทธิภาพเว็บไซต์ดีขึ้นหรือแย่ลง
  • เก็บข้อมูลสรุปเพื่อใช้วิเคราะห์แนวโน้มระยะยาว

ค้นหาหน้าเว็บที่ควรปรับปรุง

ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบ URL ทีละหน้าด้วยตนเอง ระบบสามารถแสดงรายการหน้าที่มีผลการวัดอยู่ในระดับควรปรับปรุงหรือไม่ดี

  • ตรวจสอบค่า Core Web Vitals ราย URL
  • ค้นหาหน้าที่มีปัญหาด้านประสิทธิภาพ
  • วิเคราะห์องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับ LCP
  • ตรวจสอบองค์ประกอบที่มีการเปลี่ยนตำแหน่ง
  • วิเคราะห์เป้าหมายการโต้ตอบที่อาจเกี่ยวข้องกับ INP
  • กรองข้อมูลตามอุปกรณ์และประเภทหน้าเว็บ

ข้อมูลที่แสดงเป็นแนวทางสำหรับการตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่ใช่ข้อสรุปยืนยันสาเหตุของปัญหาทุกกรณี

แจ้งเตือนเมื่อประสิทธิภาพเว็บไซต์ลดลง

ฟังก์ชัน Performance Alerts ช่วยติดตามค่าประสิทธิภาพและแจ้งเตือนเมื่อพบความเปลี่ยนแปลงที่เข้าเงื่อนไขที่กำหนด

  • กำหนดค่าเกณฑ์แจ้งเตือน
  • ตรวจสอบการลดลงของประสิทธิภาพ
  • แยกการแจ้งเตือนตาม Mobile และ Desktop
  • กำหนดจำนวนข้อมูลขั้นต่ำก่อนแจ้งเตือน
  • ลดการแจ้งเตือนซ้ำระหว่างเหตุการณ์เดียวกัน
  • แจ้งเตือนเมื่อประสิทธิภาพกลับสู่ระดับที่กำหนด

ฟังก์ชันแจ้งเตือนขั้นสูงต้องเปิดใช้งาน Licensed Mode

เปรียบเทียบความเร็วเว็บไซต์ก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลง

เมื่อเว็บไซต์มีการอัปเดต WordPress ติดตั้งปลั๊กอินใหม่ เปลี่ยนธีม หรือปรับการตั้งค่า Cache ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพก่อนและหลังเหตุการณ์ได้

  • บันทึกเหตุการณ์อัปเดตปลั๊กอินและธีม
  • บันทึกการอัปเดต WordPress และ WooCommerce
  • เพิ่มบันทึกเหตุการณ์ด้วยตนเอง
  • เปรียบเทียบค่าก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลง
  • เลือกช่วงเวลาเปรียบเทียบ 3, 7, 14 หรือ 28 วัน

เหมาะสำหรับผู้ดูแลเว็บไซต์ที่ต้องการประเมินผลกระทบหลังปรับแต่งระบบ โดยข้อมูลเปรียบเทียบไม่สามารถยืนยันความเป็นเหตุและผลได้โดยลำพัง

วิเคราะห์ความเร็วร้านค้า WooCommerce

สำหรับเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ ปลั๊กอินมีฟังก์ชัน WooCommerce Intelligence เพื่อช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพของหน้าที่เกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้า

รองรับการวิเคราะห์หน้า:

  • หน้ารายละเอียดสินค้า (Product)
  • หน้าร้านค้า (Shop)
  • หน้าตะกร้าสินค้า (Cart)
  • หน้าชำระเงิน (Checkout)
  • หน้าบัญชีลูกค้า (My Account)

นอกจากนี้ ยังสามารถวิเคราะห์การโต้ตอบบางประเภท เช่น การเพิ่มสินค้าลงตะกร้า การปรับจำนวนสินค้า การเลือกวิธีชำระเงิน และการดำเนินการใน Checkout ตามความสามารถของเบราว์เซอร์และโครงสร้างเว็บไซต์

ระบบออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บรายละเอียดคำสั่งซื้อและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

รองรับการแจ้งเตือนหลายช่องทาง

ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถกำหนดช่องทางรับการแจ้งเตือนได้ ได้แก่

  • Email
  • LINE Messaging API
  • Slack Incoming Webhook
  • Generic HTTPS Webhook

รองรับการตรวจสอบประวัติการส่งแจ้งเตือน การทดสอบช่องทาง และการตรวจสอบข้อผิดพลาดในการส่งข้อมูล

รายงานประสิทธิภาพและการส่งออก CSV

ฟังก์ชันรายงานช่วยให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและนำผลการวิเคราะห์ไปใช้งานต่อได้

  • Weekly Performance Summary
  • รายงาน Core Web Vitals
  • รายการ URL ที่ควรปรับปรุง
  • ประวัติการแจ้งเตือน
  • ประวัติการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์
  • รายงานประสิทธิภาพ WooCommerce
  • ส่งออกข้อมูลในรูปแบบ CSV

ฟังก์ชันรายงานขั้นสูงและ CSV Export อยู่ใน Licensed Mode

ระบบจัดเก็บข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

ปลั๊กอินออกแบบให้จัดเก็บข้อมูลการวัดประสิทธิภาพภายในฐานข้อมูล WordPress ของเว็บไซต์เอง

ระบบมีมาตรการลดการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็น เช่น การตัด Query String และข้อมูลอ่อนไหวบางประเภทออกจาก URL ก่อนบันทึก

ปลั๊กอินไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสร้างโปรไฟล์ผู้เข้าชม และไม่ได้ตั้งใจเก็บข้อมูล เช่น IP Address อีเมล รหัสผ่าน ข้อมูลบัตรชำระเงิน หรือรายละเอียดคำสั่งซื้อ

ผู้ดูแลเว็บไซต์ยังสามารถกำหนดอัตราการเก็บตัวอย่าง ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูล และ URL ที่ต้องการยกเว้นได้

Core Mode และ Licensed Mode แตกต่างกันอย่างไร?

ปลั๊กอินรองรับการทำงานสองระดับ

Core Mode

สามารถตรวจสอบข้อมูล LCP, INP และ CLS พร้อม Dashboard, กราฟแนวโน้ม, การวิเคราะห์ URL, การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และ System Status ได้โดยไม่ต้องมี License ที่ใช้งานอยู่

Licensed Mode

ปลดล็อกความสามารถเพิ่มเติม เช่น

  • Performance Alerts
  • Regression Detection
  • Change Impact Tracking
  • WooCommerce Intelligence
  • LINE, Slack และ Webhook Notifications
  • Weekly Performance Summary
  • CSV Export
  • ระบบอัปเดตปลั๊กอินสำหรับลูกค้าที่มีสิทธิ์ใช้งาน

เหมาะสำหรับเว็บไซต์ประเภทใด?

WPStore+ Core Web Vitals Monitor เหมาะกับ

  • เจ้าของเว็บไซต์ WordPress ที่ต้องการตรวจสอบความเร็วจากผู้เข้าชมจริง
  • ผู้ดูแลเว็บไซต์ข่าวและบทความที่มีเนื้อหาจำนวนมาก
  • ร้านค้า WooCommerce ที่ต้องการวิเคราะห์หน้าสินค้าและ Checkout
  • นักพัฒนาเว็บไซต์ที่ต้องการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการอัปเดต
  • ผู้ให้บริการดูแล WordPress และปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์
  • ผู้ดูแลหลายเว็บไซต์ที่ต้องการข้อมูลประกอบการวางแผนปรับปรุงระบบ

ข้อควรทราบก่อนใช้งาน

WPStore+ Core Web Vitals Monitor เป็น ปลั๊กอินตรวจสอบความเร็ว WordPress สำหรับตรวจสอบ วิเคราะห์ และรายงานประสิทธิภาพเว็บไซต์ ไม่ใช่ปลั๊กอินเร่งความเร็วอัตโนมัติ

ปลั๊กอินจะไม่แก้ไขไฟล์ธีม ลดขนาดรูปภาพ เปลี่ยนการตั้งค่า Cache หรือปรับแต่ง JavaScript และ CSS ให้โดยอัตโนมัติ

ผลการวัดยังขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าชม เบราว์เซอร์ อุปกรณ์ และจำนวนข้อมูลที่เก็บได้ จึงอาจแตกต่างจากผลของ Google PageSpeed Insights หรือ Search Console

เริ่มตรวจสอบ Core Web Vitals จากการใช้งานจริง เพื่อให้การปรับปรุงเว็บไซต์ WordPress มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น

นอกจากปลั๊กอินตัวนี้แล้ว VarietyPC ยังมีเครื่องมือสำหรับผู้ดูแลเว็บไซต์อีกหลายประเภท ลองเลือกชมสินค้าเพิ่มเติมเพื่อค้นหาฟังก์ชันที่คุณอาจกำลังต้องการ ดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ หน้าสินค้าหลัก ครับ

Installation

## วิธีติดตั้ง WPStore+ Core Web Vitals Monitor

### ขั้นตอนที่ 1: ติดตั้งปลั๊กอิน

1. ดาวน์โหลดไฟล์ ZIP ของปลั๊กอินจากบัญชีที่ได้รับสิทธิ์ดาวน์โหลด
2. เข้าสู่ระบบ WordPress Dashboard
3. ไปที่ **Plugins → Add New Plugin**
4. คลิก **Upload Plugin**
5. เลือกไฟล์ ZIP ของ WPStore+ Core Web Vitals Monitor
6. คลิก **Install Now**
7. เมื่อติดตั้งเสร็จให้คลิก **Activate Plugin**

### ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่าการเก็บข้อมูล

ไปที่เมนู **WPStore+ CWV → Settings**

ตรวจสอบการตั้งค่าต่อไปนี้

- เปิดใช้งาน Real User Monitoring
- กำหนด Sampling Rate
- เลือกระยะเวลาจัดเก็บข้อมูล
- กำหนด URL ที่ไม่ต้องการตรวจสอบ
- ตั้งค่าการยกเว้นผู้ดูแลระบบที่เข้าสู่ระบบ
- ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

หลังจากตั้งค่าเรียบร้อย แนะนำให้ล้าง Cache ของเว็บไซต์และ CDN หนึ่งครั้ง

### ขั้นตอนที่ 3: เริ่มเก็บข้อมูลการใช้งาน

เปิดเว็บไซต์ด้วยเบราว์เซอร์แบบ Incognito หรือบัญชีที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบผู้ดูแล

ทดลองเข้าชมหน้าแรก บทความ และหน้าสินค้าต่าง ๆ

สำหรับการทดสอบ INP ให้ทดลองคลิกเมนู ปุ่ม หรือโต้ตอบกับองค์ประกอบบนหน้าเว็บ

ระบบจะเริ่มรวบรวมข้อมูลจากเบราว์เซอร์ที่รองรับและอยู่ภายใต้เงื่อนไขการเก็บข้อมูลที่กำหนดไว้

### ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบผลบน Dashboard

ไปที่ **WPStore+ CWV → Dashboard**

ตรวจสอบค่า LCP, INP และ CLS รวมถึงกราฟแนวโน้ม จำนวนตัวอย่าง และหน้าเว็บที่ควรปรับปรุง

หากระบบแจ้ง Insufficient Data แสดงว่ายังมีข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับการประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนด

### ขั้นตอนที่ 5: เปิดใช้งาน License

ไปที่ **WPStore+ CWV → License & Updates**

กรอก License Key ที่ได้รับหลังการสั่งซื้อ และดำเนินการ Activate License

เมื่อ License ใช้งานได้ สามารถตั้งค่าฟังก์ชันขั้นสูง ได้แก่ Performance Alerts, Change Tracking, WooCommerce Intelligence และ Notifications

### ความต้องการของระบบ

- WordPress 6.2 ขึ้นไป
- PHP 7.4 ขึ้นไป
- เบราว์เซอร์ผู้เข้าชมต้องรองรับ JavaScript และ API ที่จำเป็น
- WordPress Cron หรือ Server Cron สำหรับงานตามกำหนดเวลา
- WooCommerce สำหรับฟังก์ชันวิเคราะห์ร้านค้าออนไลน์
- แนะนำให้ใช้ HTTPS

**หมายเหตุ:** การแสดงผลจะขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูลจริงที่ระบบสามารถรวบรวมได้ รวมถึงการตั้งค่า Sampling Rate และความเข้ากันได้ของเบราว์เซอร์

Frequently Asked Questions

### 1. WPStore+ Core Web Vitals Monitor ใช้ทำอะไร?

เป็นปลั๊กอินสำหรับตรวจสอบและวิเคราะห์ประสิทธิภาพเว็บไซต์ WordPress โดยวัดค่า LCP, INP และ CLS จากการใช้งานของผู้เข้าชมจริง พร้อมรายงานผ่าน Dashboard

### 2. ปลั๊กอินนี้ช่วยทำให้เว็บไซต์เร็วขึ้นทันทีหรือไม่?

ไม่ใช่ ปลั๊กอินทำหน้าที่ตรวจสอบและรายงานประสิทธิภาพ ไม่ได้ปรับแต่ง Cache, CSS, JavaScript หรือไฟล์รูปภาพให้โดยอัตโนมัติ

### 3. แตกต่างจาก Google PageSpeed Insights อย่างไร?

ปลั๊กอินเก็บข้อมูลการใช้งานจริงภายในเว็บไซต์ WordPress ของคุณ ส่วน PageSpeed Insights แสดงทั้งข้อมูลการทดสอบในสภาพแวดล้อมจำลองและข้อมูลภาคสนามของ Google เมื่อมีข้อมูลเพียงพอ

ผลการวัดจากทั้งสองระบบอาจแตกต่างกันได้

### 4. สามารถตรวจสอบความเร็วเว็บไซต์บนมือถือได้หรือไม่?

ได้ ระบบรองรับการแยกข้อมูล Mobile และ Desktop เพื่อช่วยให้ตรวจสอบประสิทธิภาพแต่ละกลุ่มอุปกรณ์ได้สะดวกขึ้น

### 5. จำเป็นต้องมี Google Analytics หรือ Search Console หรือไม่?

ไม่จำเป็นสำหรับการทำงานหลักของปลั๊กอิน เนื่องจากระบบเก็บข้อมูล Real User Monitoring ภายในเว็บไซต์ WordPress โดยตรง

### 6. ใช้ร่วมกับ WooCommerce ได้หรือไม่?

ได้ โดย Licensed Mode รองรับการวิเคราะห์ประสิทธิภาพหน้าสินค้า ตะกร้าสินค้า Checkout และหน้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ WooCommerce

### 7. สามารถแจ้งเตือนเมื่อเว็บไซต์มีประสิทธิภาพลดลงได้หรือไม่?

ได้ Licensed Mode รองรับ Performance Alerts โดยสามารถกำหนดเงื่อนไขการแจ้งเตือน และเลือกใช้ Email, LINE Messaging API, Slack หรือ HTTPS Webhook

### 8. ถ้าเว็บไซต์มีผู้เข้าชมน้อยจะใช้งานได้หรือไม่?

ใช้งานได้ แต่บางหน้าอาจต้องใช้เวลาสะสมข้อมูลก่อนที่ระบบจะประเมินผลได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยจะแสดงสถานะ Insufficient Data เมื่อจำนวนตัวอย่างยังไม่เพียงพอ

### 9. ปลั๊กอินเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าชมหรือไม่?

ปลั๊กอินออกแบบให้เก็บข้อมูลด้านประสิทธิภาพโดยไม่สร้างโปรไฟล์ผู้เข้าชม และไม่ได้ตั้งใจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น IP Address อีเมล หรือข้อมูลการชำระเงิน

ผู้ดูแลเว็บไซต์ควรตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์โดยรวมด้วย

### 10. สามารถใช้ร่วมกับปลั๊กอิน Cache หรือ CDN ได้หรือไม่?

ได้ โดยปลั๊กอินทำหน้าที่ตรวจสอบประสิทธิภาพ ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนการตั้งค่า Cache หรือ CDN ให้โดยอัตโนมัติ

หากใช้ WPStore+ Cache Optimizer จะมีการเชื่อมต่อข้อมูลสรุปแบบอ่านอย่างเดียวใน Licensed Mode

### 11. หาก License หมดอายุ ข้อมูลที่บันทึกไว้จะหายหรือไม่?

ข้อมูลที่บันทึกไว้จะไม่ถูกลบโดยอัตโนมัติเพียงเพราะ License หมดอายุ และ Core Mode ยังสามารถทำงานได้ แต่ฟีเจอร์ขั้นสูงที่ต้องใช้ License จะไม่พร้อมใช้งาน

### 12. สามารถส่งออกรายงานได้หรือไม่?

ได้ ใน Licensed Mode สามารถส่งออกรายงานหลายประเภทเป็นไฟล์ CSV เช่น Core Web Vitals Summary, URLs Needing Attention, Alert History และรายงาน WooCommerce

### 13. ปลั๊กอินนี้ช่วยปรับอันดับ SEO ได้หรือไม่?

Core Web Vitals เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาณประสบการณ์หน้าเว็บที่ Google ใช้ประกอบระบบจัดอันดับ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งปลั๊กอินตรวจสอบประสิทธิภาพไม่ได้รับประกันว่าอันดับ SEO จะดีขึ้น

ประโยชน์หลักคือช่วยให้ผู้ดูแลเว็บไซต์มีข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และวางแผนปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน

### 14. ปลั๊กอินรองรับภาษาไทยหรือไม่?

ข้อมูลที่รวบรวมสามารถใช้วิเคราะห์เว็บไซต์ภาษาไทยได้ รวมถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลายภาษา ทั้งนี้ ภาษาของหน้าจอการตั้งค่าจะขึ้นอยู่กับชุดภาษาที่มีอยู่ในปลั๊กอิน

### 15. จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมหรือไม่?

การติดตั้งและตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานสามารถทำผ่าน WordPress Dashboard ได้ แต่การแก้ไขปัญหาประสิทธิภาพบางประเภทอาจต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับธีม ปลั๊กอิน JavaScript, CSS หรือการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์

Changelog

### Version 1.7.1 – Translation Timing Hotfix
- แก้ไขการโหลดไฟล์ภาษาก่อนถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมใน WordPress 6.7 ขึ้นไป
- ปรับลำดับการเริ่มต้นระบบให้สอดคล้องกับ WordPress Lifecycle
- เพิ่มการป้องกันการเริ่มต้นปลั๊กอินซ้ำ
- ปรับข้อมูลความเข้ากันได้ใน Product Readiness
- คงโครงสร้างฐานข้อมูลและข้อมูลเดิมไว้

### Version 1.7.0 – Final Commercial Stable Release
- เพิ่มระบบตรวจสอบความพร้อมใช้งานของผลิตภัณฑ์
- เพิ่ม Support Report สำหรับใช้ประกอบการติดต่อฝ่ายสนับสนุน
- เพิ่มข้อมูลแนะนำสำหรับ WordPress Privacy Policy
- ปรับปรุง System Status และการตรวจสอบความเข้ากันได้
- ตรวจสอบด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการอัปเกรด

### Version 1.6.0 – License & Integration
- เพิ่มระบบ Activate และตรวจสอบ License
- แยกการทำงานระหว่าง Core Mode และ Licensed Mode
- เพิ่มระบบอัปเดตปลั๊กอินสำหรับผู้มีสิทธิ์ใช้งาน
- เพิ่มการเชื่อมต่อข้อมูลสรุปกับ WPStore+ Cache Optimizer แบบอ่านอย่างเดียว

### Version 1.5.0 – Notifications & Reports
- เพิ่มการแจ้งเตือนผ่าน LINE Messaging API, Slack และ HTTPS Webhook
- เพิ่มประวัติการส่งแจ้งเตือน
- เพิ่มรายงานสรุปประสิทธิภาพรายสัปดาห์
- เพิ่มการส่งออกข้อมูล CSV จำนวน 6 ประเภท
- เพิ่มมาตรการป้องกัน Spreadsheet Formula Injection

### Version 1.4.0 – WooCommerce Intelligence
- เพิ่ม Dashboard วิเคราะห์ประสิทธิภาพ WooCommerce
- รองรับหน้าสินค้า ร้านค้า ตะกร้า Checkout และบัญชีลูกค้า
- เพิ่มการวิเคราะห์การโต้ตอบที่เกี่ยวข้องกับร้านค้า
- เพิ่มมาตรการป้องกันการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าที่ไม่จำเป็น

### Version 1.3.0 – Change Impact Tracking
- เพิ่มระบบบันทึกเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง WordPress, Plugins และ Themes
- เพิ่ม Manual Change Markers
- เพิ่มการเปรียบเทียบค่า Core Web Vitals ก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลง

### Version 1.2.0 – Performance Alerts
- เพิ่มระบบแจ้งเตือนเมื่อค่าประสิทธิภาพเกินเกณฑ์
- เพิ่มการตรวจสอบ Performance Regression
- เพิ่มการป้องกันการแจ้งเตือนซ้ำ
- เพิ่มการแจ้งเตือนเมื่อประสิทธิภาพกลับสู่เกณฑ์

### Version 1.1.1 – Admin UI Hotfix
- ปรับปรุงการแสดง WordPress Admin Notices
- แก้ไขการจัดวางและความคมชัดของข้อความแจ้งเตือน

### Version 1.1.0 – Trends & Aggregation
- เพิ่มกราฟแนวโน้ม LCP, INP และ CLS
- เพิ่มการรายงานค่า P50, P75 และ P90
- เพิ่มการเปรียบเทียบข้อมูลตามช่วงเวลา
- เพิ่มเครื่องมือจัดการข้อมูลสรุปย้อนหลัง

### Version 1.0.0 – Initial Release
- เริ่มต้นระบบ Real User Monitoring
- รองรับการตรวจสอบ LCP, INP และ CLS
- เพิ่ม Dashboard และการวิเคราะห์ราย URL
- เพิ่มระบบกำหนด Sampling Rate และระยะเวลาจัดเก็บข้อมูล
- เพิ่ม System Status และการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

Product Screenshots

Preview the plugin interface, settings, and key features before purchase.

หน้า Dashboard ปลั๊กอิน WPStore+ Core Web Vitals Monitor แสดงค่า LCP INP CLS และกราฟวิเคราะห์ประสิทธิภาพเว็บไซต์ WordPress
ภาพรวมประสิทธิภาพเว็บไซต์ WordPress จากการใช้งานจริง แสดงค่า LCP, INP และ CLS พร้อมสถานะคุณภาพและกราฟแนวโน้มย้อนหลัง ช่วยให้ตรวจสอบความเร็วและความเสถียรของเว็บไซต์ได้ในหน้าเดียว

ตาราง URLs Needing Attention แสดงหน้าเว็บไซต์ WordPress ที่มีค่า LCP ควรปรับปรุง พร้อม URL ประเภทหน้าและจำนวนตัวอย่าง
ค้นหาหน้าเว็บที่ควรปรับปรุงประสิทธิภาพผ่านรายการ URL พร้อมค่า LCP ระดับ P75 ประเภทหน้าเว็บ อุปกรณ์ และจำนวนตัวอย่าง ช่วยให้ผู้ดูแลเว็บไซต์จัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาได้สะดวกขึ้น

หน้าจอ Measurements แสดงผลการวัด LCP INP CLS ของเว็บไซต์ WordPress พร้อมระดับคุณภาพ URL และอุปกรณ์ Mobile Desktop
ตรวจสอบข้อมูลการวัด Core Web Vitals ล่าสุด 100 รายการ พร้อมค่า LCP, INP และ CLS สถานะ Good, Needs Improvement หรือ Poor รวมถึง URL ประเภทหน้าและอุปกรณ์ที่ใช้เข้าชม เพื่อวิเคราะห์ปัญหารายหน้าอย่างละเอียด

หน้า Performance Alerts ของ WPStore+ Core Web Vitals Monitor แสดงสถานะแจ้งเตือนและปุ่มตรวจสอบประสิทธิภาพเว็บไซต์
ระบบแจ้งเตือนประสิทธิภาพเว็บไซต์ แสดงสถานะการเปิดใช้งาน จำนวนเหตุการณ์ที่ตรวจพบ และเวลาตรวจสอบล่าสุด พร้อมเครื่องมือสั่งตรวจสอบทันที ทดสอบการส่งอีเมล และตั้งค่าเงื่อนไขการแจ้งเตือน

ตาราง Change Timeline แสดงประวัติการเปลี่ยนแปลงปลั๊กอิน WordPress และเหตุการณ์ที่บันทึกไว้พร้อมปุ่ม Compare
ติดตามประวัติการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ WordPress เช่น การเปิดหรือปิดใช้งานปลั๊กอินและการปรับตั้งค่าระบบ พร้อมวันที่และปุ่ม Compare สำหรับเปรียบเทียบประสิทธิภาพก่อนและหลังเหตุการณ์ที่บันทึกไว้

หน้าจอ Before After Impact เปรียบเทียบค่า LCP INP CLS ก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ WordPress
เปรียบเทียบค่า LCP, INP และ CLS ก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ โดยเลือกช่วงเวลาที่ต้องการวิเคราะห์ พร้อมแสดงค่า P75 และจำนวนตัวอย่าง เพื่อช่วยประเมินความเปลี่ยนแปลงด้านประสิทธิภาพ ทั้งนี้ผลการเปรียบเทียบไม่ได้ยืนยันสาเหตุของปัญหาโดยตรง

Dashboard WooCommerce Intelligence แสดงค่า Core Web Vitals และตารางจัดอันดับประสิทธิภาพหน้าสินค้า WooCommerce
วิเคราะห์ประสิทธิภาพร้านค้า WooCommerce จากข้อมูลผู้เข้าชมจริง พร้อมค่า LCP, INP และ CLS และตารางจัดอันดับหน้าสินค้าที่ควรตรวจสอบ ช่วยค้นหาสินค้าที่มีปัญหาการโหลดช้าหรือการตอบสนองของหน้าเว็บ

หน้า Reports and Notifications แสดงช่องทางแจ้งเตือน Email LINE Slack Webhook รายงาน Core Web Vitals และ CSV Export
จัดการช่องทางแจ้งเตือนผ่าน Email, LINE Messaging API, Slack และ Webhook พร้อมตรวจสอบรายงานสรุปประสิทธิภาพรายสัปดาห์ ส่งออกข้อมูล CSV และดูประวัติการส่งแจ้งเตือนผ่าน WordPress Dashboard

หน้า License and Updates แสดงสถานะ License Active เวอร์ชันปลั๊กอิน วันหมดอายุ และการตรวจสอบอัปเดต WPStore+
จัดการ License และการอัปเดตปลั๊กอิน WPStore+ Core Web Vitals Monitor ผ่านระบบยืนยันสิทธิ์การใช้งาน แสดงสถานะ License วันหมดอายุ เวอร์ชันผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือตรวจสอบการเชื่อมต่อเพื่อรองรับฟีเจอร์ขั้นสูง

หน้า Product Readiness แสดงสถานะ Production Ready ผลตรวจสอบ 11 จาก 11 รายการ และระบบดาวน์โหลด Support Report
ตรวจสอบความพร้อมใช้งานของปลั๊กอินผ่านระบบ Commercial Release Readiness ซึ่งแสดงผลผ่านการตรวจสอบข้อกำหนด 11 จาก 11 รายการ พร้อมรายงาน Support Report ที่ออกแบบให้ตัดข้อมูลสำคัญและข้อมูลอ่อนไหวก่อนนำไปใช้ติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หน้า System Status แสดงเวอร์ชันปลั๊กอิน WordPress PHP สถานะ License ฐานข้อมูลและระบบเก็บค่า Core Web Vitals
ตรวจสอบสถานะระบบของ WPStore+ Core Web Vitals Monitor ทั้งเวอร์ชันปลั๊กอิน ความเข้ากันได้กับ WordPress และ PHP สถานะ License ตารางฐานข้อมูล การจัดเก็บ Measurements และการเปิดใช้งาน WooCommerce Intelligence เพื่อช่วยตรวจสอบความพร้อมของระบบ