Blue Origin บริษัทขนส่งอวกาศของมหาเศรษฐี Jeff Bezos ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการนำจรวดขับดัน (Booster) ของระบบขนส่งหนัก New Glenn กลับมาใช้งานซ้ำเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัท เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ณ ฐานปล่อยจรวดแหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ SpaceX ของ Elon Musk ในตลาดการปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ระดับโลก 🌏
รายละเอียดภารกิจและการกู้คืนจรวดขับดัน New Glenn
ในการทดสอบบินครั้งที่ 3 ของระบบ New Glenn นี้ บริษัทได้นำจรวดขับดันตัวเดิมที่เคยใช้ในภารกิจเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมากลับมาใช้งานอีกครั้ง โดยหลังจากทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ประมาณ 10 นาที จรวดขับดันดังกล่าวสามารถเดินทางกลับมาลงจอดบนเรือโดรน (Drone Ship) กลางมหาสมุทรได้อย่างแม่นยำ ซึ่งถือเป็นการพิสูจน์เทคโนโลยีการนำกลับมาใช้ใหม่ (Reusability) ที่สมบูรณ์แบบหลังจากใช้เวลาพัฒนามานานกว่าหนึ่งทศวรรษ 📍
การนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ถือเป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐศาสตร์ของการขนส่งอวกาศในปัจจุบัน เช่นเดียวกับที่ SpaceX ประสบความสำเร็จกับจรวด Falcon 9 ซึ่งช่วยลดต้นทุนการปล่อยจรวดต่อครั้งลงอย่างมหาศาล ทำให้ Blue Origin จำเป็นต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีนี้เพื่อรักษาส่วนแบ่งในตลาดการโคจรระดับต่ำ (Low Earth Orbit) และรองรับภารกิจในอนาคต
ปัญหาทางเทคนิค: ดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรผิดปกติ (Off-Nominal Orbit)
แม้ว่าการลงจอดของจรวดขับดันจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ภาพรวมของภารกิจส่งดาวเทียมอาจยังไม่สมบูรณ์ 100% โดยภายหลังการปล่อยตัวประมาณ 2 ชั่วโมง Blue Origin ได้รายงานว่าดาวเทียมสื่อสารของบริษัท AST SpaceMobile ที่ถูกส่งขึ้นไปนั้น เข้าสู่ “วงโคจรที่ผิดปกติ” (Off-nominal orbit) 🛰️
รายงานเบื้องต้นระบุว่าอาจเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนของจรวดส่วนบน (Upper Stage) ซึ่งตามกำหนดการเดิมจะต้องมีการจุดระเบิดครั้งที่สอง (Second Burn) หลังจากปล่อยตัวไปแล้ว 1 ชั่วโมง เพื่อส่งดาวเทียมเข้าสู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ทาง Blue Origin และ AST SpaceMobile ยืนยันว่าดาวเทียมสามารถแยกตัวและเปิดระบบพลังงานได้แล้ว โดยขณะนี้ทีมวิศวกรกำลังเร่งวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง 💬
ผลกระทบต่อแผนการในอนาคตของ Blue Origin
เหตุการณ์ในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นระยะสั้น เนื่องจาก Blue Origin มีพันธสัญญาในการส่งดาวเทียมจำนวนมากให้กับ AST SpaceMobile เพื่อสร้างเครือข่ายบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม รวมถึงแผนการใหญ่ที่ได้รับความไว้วางใจจาก NASA ในการส่งยานสำรวจดวงจันทร์แบบไร้คนขับภายในสิ้นปีนี้ ตลอดจนการสนับสนุนเครือข่ายดาวเทียมของ Amazon ในอนาคต 🌕
FAQs | คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ New Glenn
1. ทำไมการใช้จรวดซ้ำถึงสำคัญกับ Blue Origin? การใช้จรวดซ้ำช่วยลดต้นทุนการผลิตจรวดใหม่ในทุกครั้งที่ปล่อย ทำให้บริษัทสามารถทำราคาแข่งขันกับ SpaceX ได้ และเพิ่มความถี่ในการทำภารกิจอวกาศ
2. “Off-nominal orbit” หมายถึงอะไร? หมายถึงสภาวะที่ดาวเทียมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งหรือระดับความสูงตามที่วางแผนไว้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของดาวเทียม หรืออาจต้องใช้เชื้อเพลิงของตัวดาวเทียมเองในการปรับตำแหน่ง ซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง
3. จรวด New Glenn ต่างจาก New Shepard อย่างไร? New Shepard เป็นจรวดขนาดเล็กสำหรับท่องเที่ยวอวกาศระยะสั้น (Sub-orbital) ส่วน New Glenn เป็นจรวดขนาดหนัก (Heavy-lift) ที่ออกแบบมาเพื่อส่งสัมภาระหนักและดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรโลกและดวงจันทร์
สรุปข่าว
ความสำเร็จในการนำจรวดขับดัน New Glenn กลับมาใช้ซ้ำในครั้งนี้ ถือเป็นชัยชนะทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญของ Blue Origin ที่พิสูจน์ว่าพวกเขามีศักยภาพทัดเทียมกับผู้นำตลาด แม้ว่าความผิดปกติของวงโคจรดาวเทียมในภารกิจนี้จะเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข แต่ก้าวสำคัญเรื่องการนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ได้สำเร็จจะกลายเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารในลำดับต่อไป
ที่มา techcrunch.com































