ความแรงระดับกลาง Gigabyte AMD Radeon HD 6870

ช่วงนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2553 และต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ 2554 หลายๆท่านก็เริ่มเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด บ้างก็ไปเลี้ยงฉลองกับครอบครัว แต่ไหนๆก็เดินทางไกลกันแล้ว ก็ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยและโดยสวัสดิภาพกันด้วยนะ รวมทั้งรักษาสุขภาพกันด้วย เพราะช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย บทจะหนาวก็หนาว บทจะร้อนก็ร้อนขึ้นมาดื้อๆ แถมยังมีฝนตกอีกด้วยทั้งๆที่ก็อยู่ในช่วงฤดูหนาวนะครับ เอาเป็นว่าขอสวัสดีปีใหม่กับเพื่อนๆพี่น้อง VPC ผ่านบทความรีวิวเรื่องนี้ด้วยเลยก็แล้วกันนะครับผม

มาต่อกันที่เนื้อหาของวันนี้กันบ้างเราก็ได้รับกราฟิคการ์ดอีกหนึ่งรุ่น มานำเสนอเพื่อนๆสมาชิก ในเว็บ VPC ได้รับชมและคงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับท่านที่กำลังมองหาการ์ดที่เสริม คุณสมบัติใหม่ๆเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อใช้ในการเล่นเกม หรือการทำงานในด้านกราฟิคต่างๆตามความต้องการอีกแล้วนะครับ เรียกได้ว่ามีแต่สิ่งดีๆมามอบให้กันตลอดเวลากันเลยทีเดียว อิอิ โดยสำหรับบทความรีวิวฮาร์ดแวร์ในวันนี้ทาง VPC Lab ก็ได้รับเกียรติจาก Gigabyte มาให้ทำการทดสอบอีกเช่นเคย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีรุ่นน้องอย่าง Gigabyte AMD Radeon HD 6850 ที่ใช้ระบบการระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่แฝดไปแล้ว ในวันนี้ก็จะถึงคราวของรุ่นพี่ที่มากับชื่อรุ่นว่า Gigabyte AMD Radeon HD 6870 มาอวดโฉมอีกหนึ่งรุ่นด้วย

เรามาดูกันดีกว่าว่าจุดเด่นที่มีมากับกราฟิคการ์ดรุ่นนี้จะมีคุณสมบัติ, การใช้พลังงาน, ระดับความร้อน และการวัดประสิทธิภาพจะเป็นอย่างไรกันบ้างครับ

กราฟิคชิพในซีรี่ย์ Radeon HD 6800 จะถูกนำมาวางจำหน่ายในตลาดระดับกลาง และจะถูกพัฒนาบนสถาปัตยกรรมที่ใช้โค้ดเนมว่า Barts โดยในรุ่น HD 6850 จะเป็นโค้ดเนม Barts Pro แต่ในรุ่น HD 6870 ตัวที่จะนำเสนอในบทความต่อไปนี้จะใช้โค้ดเนมว่า Barts XT ครับ ส่วนหนึ่งทาง AMD ต้องการออกแบบการ์ดในซีรีย์ระดับนี้เพื่อแย่งชิงตลาดกราฟิคกับคู่แข่งอย่าง Nvidia ในซีรี่ย์ GTX 460 และ GTX 465 และลดช่องว่างในตลาดกราฟิคของทาง AMD เองอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน เส้นทางอันสวยหรูของตลาดกราฟิคจาก AMD ในซีรี่ย์ HD 6800 กับรุ่น Radeon HD 6850 จะถูกออกแบบมาให้ทำงานได้เร็วกว่า Radeon HD 5830 และ Radeon HD 6870 ก็จะเร็วกว่า Radeon HD 5850 แต่จะไม่เร็วกว่า HD 5870 นะครับ สังเกตได้จากราคาที่ทาง AMD กำหนดเอาไว้ จะไม่สูงอย่างที่คิด

เรามาตรวจเช็คสเปคของการ์ดในระดับกลางจาก AMD กันว่าแต่ละรุ่นมีข้อแตกต่างอะไรกันบ้าง

Specifications
Radeon HD 5850
Radeon HD 6850
Radeon HD 6870
GPUCypress ProBarts ProBarts XT
Manufact. tech.40 nm40nm40nm
GPU Clock725 MHz775 MHz900 MHz
Stream processors14409601120
Memory frequency4000 MHz4000 MHz4200 MHz
Memory bus256-bit256-bit256-bit
Memory buffer1 GB GDDR51 GB GDDR51 GB GDDR5
Power consumption151 watt?~ 127 watt?>150 watt
Performance–Faster than 5830Faster than 5850

คุณสมบัติ

กราฟิคการ์ดซีรี่ย์ Radeon HD 6870 จะมีสัญญาณนาฬิกาที่สูงพอสมควร โดยจะอยู่ที่ 900MHz, ใช้หน่วยความจำแบบ GDDR5 256 บิต ขนาด 1,024MB, มีอัตราการรับส่งข้อมูลที่มีประสิทธิภาพบนหน่วยความจำที่ 4,200MHz ทำให้ได้แบนด์วิดธ์สูงถึง 134GB ต่อวินาทีเลยทีเดียว, มีจำนวนคลัสเตอร์ (Cluster) อยู่ที่ 14 SIMD, texture units 56 หน่วย, มีจำนวน Shader Processors อยู่ที่ 1,120 ตัว, รวมทั้งจำนวน ROPs (Raster Operators) หรือ Pipeline ในชื่อเก่าอยู่ที่ 32 หน่วย นอกจากนี้จะมีการใช้พลังงานอยู่ที่ประมาณ 150 วัตต์เลยทีเดียว แต่ถ้าหากไม่ได้มีการเรียกใช้งานกราฟิค จะเกิดการสูญเสียพลังงานไปเพียง 19 วัตต์เท่านั้นครับ ทำให้เมื่อนำรายละเอียดดังกล่าวมาเทียบกับการ์ดรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Radeon HD 5850 และ 5870 จะพบว่าประสิทธิภาพที่ได้จากการทำงานบน Radeon HD 6870 นั้นฉลาดกว่าพอสมควรครับ

และคุณลักษณะที่ชาญฉลาดในผลิตภัณฑ์กราฟิคการ์ดรุ่นล่าสุดที่มีการปรับ ปรุงบางส่วนให้สูงขึ้นนี้ จะเพิ่มเติมในส่วนของพอร์ตเชื่อมต่อ DisplayPort เวอร์ชั่น 1.2, การรับชมภาพยนตร์ 3 มิติหรือที่เรียกว่า HD3D, การถอดรหัสไฟล์หนังต่างๆให้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์ UVD3 และพอร์ตเชื่อมต่อ HDMI เวอร์ชั่น 1.4a และยังมีการปรับปรุงโหมด Anti-aliasing หรือการลดรอยหยักในทุกๆจุดของภาพ เพื่อให้ภาพดูคมชัด สมจริงมากกว่าที่เคยมีในการ์ดซีรี่ย์ HD 5000 ก่อนหน้านี้ รวมถึงโหมด Tessellation ที่เป็นการเพิ่มรายละเอียดของวัตถุ 3 มิติแบบ Real-Time ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ฟีเจอร์พิเศษที่มีมากับกราฟิคการ์ดรุ่นนี้

AMD HD3D

ในขณะที่ Nvidia มีฟีเจอร์ 3D Vision ที่รองรับความเพลิดเพลินในเรื่องของเกมส์, ภาพยนตร์, วิดีโอต่างๆ ทางด้าน 3 มิติ และแล้ว?AMD ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ก็มีฟีเจอร์เด็ดที่ถูกบรรจุเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อแย่งชิงเหมือนกันกับ AMD HD3D ที่ถูกพัฒนามาบนการ์ดซีรี่ย์ HD 6800 โดยเฉพาะ และการใช้แว่น 3 มิติแยกต่างหาก อีกทั้งยังรองรับการเล่นไฟล์บลูเรย์ (Blu-ray) 3 มิติ และแอพลิเคชั่น 3 มิติได้ด้วยการต่อร่วมกับจอแสดงผลที่รองรับผ่านพอร์ต HDMI 1.4a

UVD3 (Universal Video Decoder 3.0)

จะมีการเพิ่มฟีเจอร์การถอดรหัสวิดีโอเข้าไปไว้ในตัวกราฟิคชิพ (GPU) ของตัวกราฟิคการ์ด เพื่อให้รองรับการทำงานกับซอฟต์แวร์มัลติมีเดียต่างๆที่หลายๆท่านชื่นชอบได้ ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น WinDVD, PowerDVD หรือ Media Player Classic โดยผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้ฟังก์ชั่นการสนับสนุน UVD3 ในตัวโปรแกรมดังกล่าวได้ด้วยตัวเอง เพื่อเร่งการแสดงผลของฮาร์ดแวร์ร่วมกับซอฟต์แวร์ได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น เช่น รูปแบบไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงอย่าง MPEG2, H.264, VC-1 หรือแม้แต่ไฟล์ Blu-ray ซึ่งถ้าหากเทียบกับการ์ดในซีรี่ย์ HD 4000 จะรองรับแค่ UVD2 เท่านั้น

Bitstreaming audio

ณ ตอนนี้บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ต่างๆก็ทยอยเปิดตัวสินค้าของตัวเองให้รองรับ เทคโนโลยีการถอดรหัสเสียงผ่านทางพอร์ต HDMI เวอร์ชั่น 1.4a ตัวนี้ให้สามารถทำได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆจากการเปิดใช้งานไฟล์ภาพยนตร์จากแผ่นบ ลูเรย์ โดยไม่ต้องพึ่งความสามารถจากซาวด์การ์ดอีกต่อไป รวมทั้งซอฟต์แวร์มัลติมีเดียสำหรับรับชมภาพยนตร์ต่างๆอย่าง PowerDVD, WinDVD เวอร์ชั่นใหม่ๆ รวมทั้งเกมส์ใหม่ๆก็ยังตอบรับเทคโนโลยีตัวนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

Eyefinity Technology

ด้วยเทคโนโลยี DisplayPort ในเวอร์ชั่น 1.2 ที่รองรับการแสดงผล 3 มิติแล้ว เทคโนโลยีตัวนี้ก็ถูกเพิ่มเติมมากับกราฟิคการ์ดซีรี่ย์ HD 6800 ด้วย โดยเมื่อมีการต่อสายสัญญาณจากตัวการ์ดเข้ากับ MST HUB เราจะสามารถขยายช่องต่อสัญญาณเพิ่มได้อีก 3 หน้าจอ แต่ถ้าหากมีการต่อ DisplayPort อีกหนึ่งช่องด้วย HUB อีกหนึ่งชุด จะสามารถแยกการแสดงผลแบบ 6 หน้าจอได้เลย หรือที่เรียกว่า Eyefinity 6 นั่นเอง แต่ถ้าหากไม่ใช้ MST HUB มาต่อเพื่อขยายสัญญาณก็ใช่ว่าจะสามารถต่อออกจอได้ถึง 5 ชุดนะครับ จะได้แค่ 4 ชุดเท่านั้น โดยใช้พอร์ต DisplayPort 2 ช่อง, HDMI 1 ช่อง และ Dual-link DVI อีก 1 ช่อง (เสียบทั้ง 2 หัว)

Photo Gallery Gigabyte Radeon HD 6870

เรามาดูโฉมหน้ากล่องบรรจุตัวการ์ดกันบ้างครับ โดยด้านหน้าจะถูกออกแบบมาให้เป็นดวงตาสีฟ้า เอกลักษณ์เฉพาะของ Gigabyte เขาเลย ผนวกกับสีดำคาดกับสีเขียวด้านล่าง พร้อมกับฟีเจอร์เด่นๆที่เป็นตัวชูโรงให้กับกราฟิคการ์ดใบนี้

ด้านหลังกล่องที่บ่งบอกถึงฟีเจอร์เด่นๆอย่างเทคโนโลี AMD HD3D, Eyefinity, UVD3 ที่ถูกบรรจุมาให้กับการ์ดในซีรี่ย์ HD 6800 โดยเฉพาะ

อุปกรณ์ที่มีแถมมาให้อย่างครบชุด ไม่ว่าจะเป็น สมุดคู่มือ, แผ่นไดร์เวอร์, สายไฟเลี้ยง 12v. 2 ชุด, อะแดปเตอร์แปลง DVI to D-Sub, Crossfire Bridge

ไม่ว่าจะมองจากด้านล่างหรือด้านบน มุมไหนๆก็ดูอลังการงานสร้างตามแบบฉบับการออกแบบลวดลายของ Gigabyte เขาแหละครับ

รูปร่างหน้าตาของตัวการ์ดเมื่อมองจากด้านหลังกับแผง PCB สีดำ และการจัดตำแหน่งให้กับอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ

ชุดระบายความร้อนด้วยพัดลมคุณภาพสูงที่สามารถทำงานได้อย่างเงียบใช้ได้เลย แต่ถ้าหากหมุนแบบเต็มกำลัง 100% เมื่อไรละก็ เสียงดังเอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ

พอร์ตสำหรับต่อ Crossfire Bridge ที่มีมากับการ์ดรุ่นนี้จะทำได้เพียงแค่การต่อการ์ดแบบ Crossfire 2 ตัวเท่านั้น

ช่องต่อไฟเลี้ยงจากเพาเวอร์ซัพพลายแบบ 6 พิน จำนวน 2 ช่อง

พอร์ตเชื่อมต่อกับจอแสดงผลแบบ DVI แบบ Single-link 1 ช่อง, DVI แบบ Dual-link 1 ช่อง, HDMI 1.4a 1 ช่อง และ DisplayPort 1.2 อีก 1 ช่อง

และภาพเปรียบเทียบกับการ์ดอีกหนึ่งยี่ห้อ ซึ่งเป็น Reference Card เหมือนกัน

จะมองมุมไหนก็เหมือนกันหมด จะแตกต่างกันก็ตรงสติ๊กเกอร์ของแต่ละค่ายเท่านั้น

การตรวจสอบสเปคของตัวกราฟิคการ์ดด้วย Information Center ของตัวไดร์เวอร์

การตรวจสอบสเปคของตัวกราฟิคการ์ดด้วย AIDA64 Extreme Edition

สเปคของการ์ดเมื่อเช็คด้วยโปรแกรม GPU-Z

สเปคเครื่องที่ใช้ในการทดสอบ

สเปคเครื่องที่ใช้ในการทดสอบ
ProcessorIntel Core i5-760 (2.8GHz & 4.0GHz OC)
MotherboardGigabyte P55A-UD3P
MemoryG.Skill 4GB/1600 DDR3 CL 8-8-8-24
Graphic CardGigabyte AMD Radeon HD 6870
Hard DriveCorsair Force Series F120 (120GB) SSD
Power SupplyMax Cube 80+ 850w.
CaseTest Bed.
CPU CoolerThermalRight TruBlack 120
CPU FanCooler Master 120mm. x 2
Operating SystemWindows 7 Ultimate 64-bit
Driver VersionATi Catalyst version 10.10
MonitorLG E2240T (21.5?) Resolution 1920?1080 px.

ภาพบรรยากาศขณะทำการทดสอบ ให้มองเห็นตัวการ์ดกันแบบชัดๆกันไปเลยครับ อิอิ

การทดสอบในวันนี้จะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ การใช้ความเร็วซีพียูและกราฟิคการ์ดแบบเดิมๆ (Default) และการทดสอบด้วยการเร่งความเร็วซีพียูและกราฟิคการ์ด (Overclock) เพื่อรีดประสิทธิภาพการแสดงผลออกมาให้ได้มากที่สุด และการทดสอบต่างๆจะกระทำภายในห้องที่มีอุณหภูมิปกติ ไม่ติดแอร์ จึงทำให้ความเร็วที่เพิ่มขึ้นด้วยการโอเวอร์คล็อกอาจจะทำได้ไม่สูงมากนัก เพราะมีปัจจัยจากการระบายความร้อนด้วยพัดลมบนตัวการ์ดพึงจะมีเท่านั้นครับ

Note. ผลทดสอบเปรียบเทียบกับ Gigabyte AMD Radeon HD 6850

ความเร็วของซีพียูและกราฟิคการ์ดที่ใช้งานการทดสอบ

การทดสอบแบบเดิมๆ (Default)
CPU: Intel Core i5-760 @ 2.8GHz
– Speed: 2.88GHz, Multipier: x18, Bus Speed: 160MHz
Graphic card: Gigabyte AMD Radeon HD 6870
– Core Clock: 900MHz, Memory Clock: 1050MHz (4200MHz), Fan Speed: Auto
การทดสอบด้วยการเพิ่มความเร็วซีพียูและกราฟิคการ์ด (Overclock)
CPU: Intel Core i5-760 @ 4.0GHz
– Speed: 4.0GHz, Multipier: x20, Bus Speed: 200MHz
Graphic card: Gigabyte AMD Radeon HD 6870
– Core Clock: 960MHz, Memory Clock: 1180MHz (4720MHz), Fan Speed: 100%

การทดสอบด้วยโปรแกรม Furmark เร่งการทำงานของตัวการ์ดแบบ 100% เพื่อหาความร้อนคงที่

จากการเร่งการทำงานให้กราฟิคการ์ดทำงานหนักขึ้นด้วยโปรแกรม FurMark ก็พบว่า การใช้งานที่ค่า Default จะมีปริมาณความร้อนสูงสุดอยู่ที่ 82 องศาเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งก็เพราะพัดลมระบายความร้อนบนตัวการ์ดมีความเร็วการหมุนแบบคงที่ ด้วยความเร็วปกติและถูกตั้งเป็นค่ามาตรฐานจากโรงงานที่ 35% (2238 RPM) ก็เพื่อลดความดังของเสียง ไม่ให้รบกวนผู้ใช้งานนั่นเอง

แต่เมื่อมีการปรับแต่งความเร็วให้กับกราฟิคการ์ด จะทำให้เกิดความร้อนสูงมากยิ่งขึ้น เราก็ต้องปรับรอบพัดลมให้หมุนเร็วขึ้นตามไปด้วย โดยการทดสอบ จะทำการปรับรอบพัดลมให้หมุนแบบ 100% (4445 RPM) ทำให้มีเสียงดังกังวาลเลยทีเดียว แต่ในทางกลับกันก็พบว่า อุณหภูมิความร้อนจะแน่นิ่งอยู่ที่ 69 องศาเท่านั้นครับ

มาดูผลทดสอบเปรียบเทียบการทำงานแบบ Default และ Overclock กันครับ ว่าการทำงานต่างๆจะผ่านไปได้ด้วยดีแค่ไหน ด้วยโปรแกรม 3DMark และเกมส์ความละเอียดสูงต่างๆ

ผลจากการ OC ซีพียู แต้มที่ได้อาจจะไม่สูงมาก แต่เมื่อ OC การ์ดขึ้นไปนิดหน่อย ทำให้แต้มที่ได้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลย

คะแนนจาก 3DMark 2011 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่จาก Futuremark ที่กว่าจะได้มา แทบกระอักเลือดเลย เพราะผลผิดเพี้ยนของแต้มทั้ง 2 ผลทดสอบ แตกต่างกันน้อยมาก

ส่วนนี่ก็เป็นค่าความแตกต่างของการแสดงผล 3D ของ OpenGL กับการใช้งานที่ความเร็วเดิมๆเมื่อเทียบกับการโอเวอร์คล็อกกราฟิคชิพให้ทำ งานเร็วขึ้น ถือได้ว่าคะแนนแตกต่างกันเยอะอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยครับ

คะแนนที่ได้จากเฟรมเรทเฉลี่ยแบบฉากต่อฉาก ด้วยการดึงประสิทธิภาพจากการทดสอบชุดคำสั่ง DirectX 11

สำหรับ Final Fantasy XIV ได้แต้มสูงขนาดนี้ ก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้วครับ ลื่นปื้ดๆเลย

เฟรมเรทที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

เพิ่มเติมอีกหนึ่งผลการทดสอบ ที่กว่าจะได้แต้มมา คิดว่ายากพอสมควรอยู่เหมือนกันครับ เพราะถ้าเทียบกับผลของ 3DMark จะเจอความแตกต่างระหว่างการใช้งานแบบเดิมๆกับการโอเวอร์คล็อก แต่เมื่อทดสอบด้วยเกม Dirt 2 กับพบว่าแต้มและค่า Average แตกต่างกันนิดหน่อยเอง กับการปรับตามค่ามาตรฐานของการลดรอยหยักในเกม (Anti-Aliasing) ที่ MSAA 4X?

สรุปผลการทดสอบ

ตลอดผลการทดสอบด้วยโปรแกรมเบนช์มาร์คต่างๆพบว่าการทดสอบด้วยค่าดีฟอลด์ ที่ไม่ได้มีการปรับแต่งใดๆสามารถทำคะแนนและทดสอบผ่านไปได้ด้วยดีทั้งหมดครับ รวมทั้งการโอเวอร์คล็อกเพิ่มความเร็วให้กับตัวซีพียูด้วย แต่เมื่อทำการปรับแต่งให้กราฟิคการ์ดทำงานหนักขึ้นด้วยการเพิ่มความเร็ว Core Clock = 960MHz, Memory Clock = 1180MHz ที่คิดว่าเป็นค่าที่ดีที่สุดแล้ว เมื่อเจอกับการทดสอบด้วย Dirt 2 ซึ่งเป็นเกมแข่งรถแนว Racing Arcade และทำงานบนซอฟต์แวร์ DirectX 11 เป็นอันต้องจอดสนิทเลยครับ ไปไม่รอด ทำให้ต้องเสียเวลากับการปรับแต่งหาความเร็วของ Core, Mem ใหม่ จนในที่สุดก็มาได้ค่าปรับแต่งที่เหมาะสมจริงๆก็อยู่ที่ Core Clock = 960MHz และ Memory Clock = 1168MHz สามารถทำงานได้แบบลื่นไหลไม่มีสะดุดอีกเลย รวมทั้งความร้อนที่เกิดจากตัวกราฟิคชิพขณะทำการโอเวอร์คล็อก ก็ไม่ร้อนเท่าที่ควร เนื่องจากมีการปรับรอบพัดลมให้หมุนแบบเต็มที่ แต่ก็ได้มาซึ่งเสียงพัดลมที่ดังจนน่ารำคาญเอาเรื่องอยู่ ทั้งนี้ถ้าหากเพื่อนๆท่านใดที่คิดจะซื้อกราฟิคการ์ดรุ่นนี้มาใช้งาน ก็ถือว่าคุ้มเกินคุ้มครับ กับเกมกราฟิคสูงๆที่มีอยู่ในท้องตลาด แต่ก็ใช่ว่าจะดีที่สุด เพราะบางท่านจะเน้นที่การปรับแต่ง MSAA ให้ละเอียดยิ่งขึ้น เพื่อให้การลดรอยหยักในเกมต่างๆมีความละเอียดมากขึ้น ซึ่งบางท่านจะซีเรียสมาก ก็คงจะไม่เพียงพอ หรือถ้าเอามาปรับแต่งเร่งความเร็วการแสดงผลเหมือนค่าที่เหมาะสมดังกล่าวได้ ด้วยเช่นเดียวกัน ยิ่งถ้าอยู่ในห้องแอร์เย็นๆด้วยแล้ว หายห่วงเลยครับ การปรับรอบพัดลมก็ไม่จำเป็นต้องปรับให้หมุนแบบ 100% ก็ได้ เอาแค่เสียงไม่ดังจนน่ารำคาญแบบนอนไม่หลับและความร้อนไม่สูงกว่าปกติก็ถือ ได้ว่าเพียงพอแล้ว

อ้อ เกือบลืม ในส่วนของราคาค่าตัวสำหรับการ์ดรุ่นนี้จะอยู่ที่ประมาณ 7,590 บาทเท่านั้นเอง

ขอขอบพระคุณภาพประกอบการบรรยายจาก Guru3D.com และ Gigabyte ประเทศไทย ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

varietypc
varietypc

ส่วนตัวชื่นชอบการเขียน, พัฒนาซอร์สโค้ดเว็บไซต์เป็นชีวิตจิตใจ ตลอดจนถึงอัพเดตเนื้อหาทริค, เทคนิคคอมพิวเตอร์ และข่าวสารเทคโนโลยีทุกอย่าง นอกเหนือจากการเคลียร์งานหลักเสร็จเรียบร้อย ก็จะมาทิ้งชีวิตให้กับ VarietyPC.net กันต่อแทบทุกวัน แต่บางครั้งอาจจะไม่ได้อัพเดตเนื้อหา เพราะต้องพัฒนาระบบการจัดการ Backend หลังบ้านไปด้วยและมีคนทำเพียงคนเดียว แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนจากแหล่งใดๆก็ตาม ตอนนี้เว็บไซต์เล็กๆแห่งนี้ก็ใกล้ย่างเข้าปีที่ 13 แล้วครับ และจะยังคงอยู่แชร์ความรู้กับพี่น้อง เพื่อนๆคนไทย และทั่วโลกตลอดไปครับ

Articles: 1536

Is your WordPress site hacked, infected with malware, redirecting visitors, or showing security warnings?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *