เชื่อว่าคงมีหลายๆท่านที่เป็นแฟนคลับของโน้ตบุคหลากหลายยี่ห้อกันพอสมควร นะครับ และหนึ่งในแฟนคลับเหล่านั้นผมก็คิดว่าคงจะมีแฟนคลับจากเลอโนโวเข้ามาเยี่ยม ชมเว็บวาไรตี้พีซีแห่งนี้กันพอสมควรเช่นเดียวกัน และแล้ววันนี้ทางวาไรตี้พีซีก็ได้รับเกียรติจากบริษัทเลอโนโวประจำประเทศไทย ให้เข้าร่วมทำการรีวิวและทดสอบการทำงานของโน้ตบุคสองรุ่นด้วยกัน แต่ในวันนี้ทางเว็บวาไรตี้พีซีจะขอนำเสนอหนึ่งรุ่นก่อนครับกับโน้ตบุคในซีรี่ย์ IdeaPad ในรุ่น Lenovo IdeaPad Z470 โดยเฉพาะโน้ตบุคที่ทางเราจะนำเสนอต่อไปนี้จะเป็นโน้ตบุคที่เหมาะสำหรับตลาด คอนซูเมอร์เป็นอย่างมาก และรวมถึงท่านที่กำลังมองหาเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสร้างความบันเทิงภายใน บ้าน, การใช้งานบนออฟฟิศ หรือแม้แต่การนำไปใช้งานส่วนตัว แล้วหากต้องเดินทางไปยังที่ต่างๆต้องพกพาโน้ตบุคไปใช้ด้วยตลอดเวลา ยิ่งถ้าได้นำโน้ตบุคที่มีดีไซน์สวยหรูไปใช้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เกิดความเพลิดเพลินกับการใช้งานมากขึ้นเป็นทวีคูณอีกด้วย และสำหรับสเปคเครื่องที่ทางเราจะทำการรีวิวพร้อมทั้งทดสอบก็จะมีรายละเอียด ดังนี้ครับ

Product Gallery

ถ้าหากมองดูผิวเผินจะพบว่าตัวโน้ตบุคในซีรี่ย์ IdeaPad รุ่น Z470 ตัวนี้จะเห็นว่ามีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ค่อนข้างสวยงามสะดุดต่อสายตาผู้ พบเห็นเป็นอย่างมาก แม้แต่ผมที่ตลอดระยะเวลาการทดสอบยังหลงรักเลยครับ ยิ่งถ้าหากมองดูที่ประสิทธิภาพจากการทำงานก็ไม่ธรรมดาอีกด้วย ก็ขอตัดบทมาดูรายละเอียดแต่ละส่วนของโน้ตบุครุ่นนี้กันเลยดีกว่าครับ โดยเริ่มจาก

ด้านบน: เรามาดูที่ด้านบนของฝาพับกันก่อนครับ โดยทางเลอโนโวเขาจะเลือกใช้วัสดุแบบกลอสซี่เป็นสีน้ำเงินวาว และมีลวดลายเป็นปีรามิดเฉด แบบ 2 เลเยอร์ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูมีมิติสวยงามดีทีเดียว และด้วยโลโก้ของเลอโนโวที่อยู่มุมบนก็ตัดกับลวดลายบนฝาพับได้ดูโดดเด่นพอสมควรครับ

ด้านล่าง: ด้านล่างจะเน้นการใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกผิวด้าน เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนจากการจับวางบนทุกสภาพผิวได้เป็นอย่างดี และมีช่องระบายความร้อนอยู่บริเวณอุปกรณ์ที่ส่งความร้อนหลักๆเช่น พัดลมระบายความร้อนซีพียูและชิพเซ็ต, ฮาร์ดดิสต์ และแรม เป็นต้น

ตัวเครื่องด้านหน้า: เริ่มจากซ้าย จะเป็นปุ่มเปิด/ปิดไว้สลับการทำงานของกราฟิคการ์ดแบบแยกกับออนบอร์ด, ตรงกลางจะเป็นไฟแสดงสถานะปุ่มล็อคทัชแพด (Fn + F6) ป้องกันการควบคุมเม้าส์, ไฟแสดงการทำงานการเปิด/ปิดสัญญาณไวเลส-บลูทูธ, แบตเตอรี่ และปรับแต่งการใช้พลังงาน และทางขวามือจะเป็นปุ่มเปิด/ปิดสัญญาณไวเลส/บลูทูธ ถัดไปก็จะเป็นช่องเสียบมัลติการ์ดรีดเดอร์แบบ 5 in 1 โดยสามารถเสียบได้ทั้ง SD Card, SD-HC, MMC, MS และ xD Card

ตัวเครื่องด้านหลัง: จะไม่มีพอร์ตเชื่อมต่อใดๆมาให้เลย ส่วนหนึ่งก็เพราะการออกแบบที่ต้องการเน้นให้จอแสดงผลสามารถปรับกางออกทำองศาได้เยอะๆด้วยครับ

ตัวเครื่องด้านขวา: นับจากซ้าย จะเป็นช่องล็อคเครื่อง, ช่องระบายอากาศหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อเข้าจอมอนิเตอร์ VGA-Out (D-Sub), พอร์ต RJ-45 (พอร์ตแลนออนบอร์ต 10/100), พอร์ต HDMI, E-SATA II และพอร์ต USB 2.0 x 1 ช่อง

ตัวเครื่องด้านซ้าย: นับจากซ้าย จะเป็นช่องต่อออกหูฟัง, ลำโพง, ช่องต่อไมโครโฟนนอก, USB 2.0 x 2 ช่อง, DVD Writer และช่องเสียบอะแด็ปเตอร์ DC-IN

มุมซ้ายบนของตัวเครื่อง: จะแสดงตำแหน่งของลำโพงด้านซ้าย ขับเคลื่อนด้วยระบบ Dolby Advance Audio, ปุ่มเปิดเครื่อง พร้อมแสดงการทำงานด้วยไฟ LED สีขาว และปุ่ม OneKey Recovery ไว้สำหรับทำการสำรอง, กู้คืน และสร้างแผ่น Recovery Disc ได้ด้วย รวมถึงไฟแสดงสถานะของปุ่ม NumLock และ HDD LED

มุมขวาบนของตัวเครื่อง: จะเป็นปุ่มเซ็นเซอร์แบบสัมผัส เอาไว้ควบคุม (นับจากด้านซ้ายของภาพ) การเปิด-ปิด (1), ลด (2), เพิ่ม (3) ความดังของเสียง, ปุ่ม OneKey Theatre (4) เป็นปุ่มที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของระบบภาพและเสียง โดยจะมีให้เลือกระหว่าง Normal, Movie, Intelligent และปุ่มสุดท้าย Thelmal Management (5) ไว้สำหรับควบคุมการระบายความร้อนและการหมุนของพัดลมระบายอากาศ ให้สามารถทำงานตามที่เราต้องการได้ และลำโพงทางด้านขวา

ใกล้ๆกับบริเวณจุดพักมือทางด้านซ้าย จะเป็นช่องรับสัญญาณเสียงของไมโครโฟน สามารถรับสัญญาณเสียงขาเข้าได้คมชัดดีทีเดียว

ทัชแพดที่ถูกออกแบบมาให้การควบคุมเคอร์เซอร์ของเม้าส์ทำได้ราบลื่น, นิ่มนวล, แม่นยำ

จุดพักมือทางด้านขวาจะโชว์ฟีเจอร์ที่เป็นพลังขับเคลื่อนหลักอย่าง กราฟิคการ์ดจาก Nvidia GeForce GT520M และซีพียู Intel Core i5-2410M นั่นเอง

ปุ่มคีย์บอร์ดจะถูกดีไซน์มาเป็นแบบ Chiclet ให้ทุกปุ่มทำงานแยกอิสระจากกัน ส่งผลให้น้ำหนักที่ใช้ในการกดพิมพ์ตัวอักษร สามารถทำได้แม่นยำและนิ่มนวลพอสมควรครับ

แผงหน้าจอก็แข็งแรงทนทานอีกด้วย แม้แต่จะเป็นการจับปรับเอนหน้าจอไปหน้า-หลังก็ค่อนข้างกระชับมืออย่างมากเลยทีเดียว

กล้องเว็บแคมที่ถูกฝังเอาไว้บนกลางจอภาพ และมีความละเอียดอยู่ 2 ล้านพิกเซล

บานพับที่แม้ว่าจะดูเล็กไปหน่อย แต่การพับหน้าจอขึ้นลงบ่อยๆก็ยังทำได้แข็งแรง ทนทาน ไม่ให้สึกหรอหรือชำรุดได้ง่าย

DVD Writer ทางเลอโนโวเขาจะเลือกใช้ยี่ห้อ Samsung กับรุ่น TSSTcorp CDDVDW TS-L633F รองรับการเขียนแผ่น CD-R/RW, DVD+/-R, DVD+/-RW แต่ไม่สนับสนุนการอ่าน/เขียนบลูเรย์ไดรฟ์นะครับ

จอภาพที่สามารถกางออกทำมุมได้เต็มที่ 153 องศา

แบตเตอรี่ที่ทางเลอโนโวนำมาใช้ ก็จะเป็นรุ่น L09M6Y02 แบบ 6-cell Li-Ion ที่มีกำลังขับกระแสไฟอยู่ที่ 4,300 มิลลิแอมป์

เรามารื้อฝาปิดใต้เครื่องออกกันเสียหน่อยครับ ดูว่าไส้ข้างในจะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ฝาปิดเนี่ย ถอดได้ไม่ยากครับ เพียงแค่ขันน็อตออกแค่ 6 ตัว ก็สามารถเปิดออกมาได้อย่างง่ายดายแล้ว (ไม่ต้องออกแรงแกะเยอะ) และเมื่อเปิดฝาออก การที่เราจะเปลี่ยนอุปกรณ์อย่าง ฮาร์ดดิสต์ หรือเปลี่ยนถ่ายแรม ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย

การชั่งน้ำหนักเฉพาะตัวเครื่องจะอยู่ที่ 2.36 กิโลกรัม

และเมื่อนำชุดอะแด็บเตอร์กับสายไฟ AC มาชั่งรวมกัน จะได้น้ำหนักอยู่ที่ 2.80 กิโลกรัมครับ ด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้เราสามารถพับเก็บอุปกรณ์ทั้ง 3 ชิ้นนี้ใส่กระเป๋าเป้ไปทำกิจกรรมต่างๆได้ทุกที่เลย แต่ถ้าใส่กระเป๋าสะพายไว้บนไหล่นานๆก็อาจจะเมื่อยได้นิดหน่อยครับ

System Information

ในส่วนของระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งมาให้จะเป็นระบบ DOS นะครับ จะไม่มี Windows 7 แบบ License แถมมาให้ด้วย ดังนั้นระบบ Windows 7 (64-bit) ที่ลงไว้ จะเป็นเวอร์ชั่นทดลองใช้แบบ 30 วัน

Performance Information and Tools

การทดสอบประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์แต่ละส่วนด้วยยูทิลิตี้ที่เป็นของฟรีมีมากับระบบปฏิบัติการอย่าง Windows 7 ว่าคะแนนที่ได้ออกมานั้นอยู่ในเกณฑ์ระดับใด

Screen Resolution

ความละเอียดของหน้าจอ 14.1″ WXGA LED สามารถปรับได้สูงสุดที่ 1,366 x 768 พิกเซล

การตรวจสอบสเปคซีพียูด้วยโปรแกรม CPU-Z

LENOVO IdeaPad Z470 ใช้พลังในการขับเคลี่อนการทำงานด้วยความสามารถของซีพียูรุ่นใหม่กับยุคที่ 2 บนโค้ดเนม Sandy Bridge ด้วยชื่อรุ่น Intel Core i5-2410M ที่มาพร้อมกับความเร็วขั้นพื้นฐานระดับ 2.30GHz มี L2 Cache ขนาด 3MB ใช้การประมวลผลแบบดูอัลคอร์ (Dual Core) แบบ 2 คอร์ 4 เทรด มีเทคโนโลยีอย่าง Hyper-Threading ที่จะช่วยให้การประมวลผลเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

รายละเอียดโดยรวมที่ตรวจเช็คด้วยโปรแกรม AIDA64 Extreme Edition

การตรวจสอบสเปคชิพกราฟิคของอินเทลและกราฟิคการ์ดด้วยโปรแกรม GPU-Z

ในส่วนของการแสดงผล จะได้ความสามารถจาก Intel HD Graphics ที่มีมากับตัวซีพียูเอง ทำให้การใช้งานพื้นฐานทั่วไป รวมถึงความเพลิดเพลินที่ได้จากการเล่นเกมที่มีความละเอียดของพลังกราฟิคไม่ สูงมากเป็นไปได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด แต่ถ้าหากมีการใช้งานกราฟิคหนักๆระบบ Nvidia Optimus ก็จะสลับการทำงานมาใช้กราฟิคการ์ดแยกอย่าง Nvidia GeForce GT 520M แทนครับ

Nvidia Control Panel

Software Benchmark

การทดสอบแบตเตอรี่โดยการใช้ BatteryMon วิเคราะห์ระยะเวลาการใช้งานจากการปรับแสงให้สว่างสุด และเปิดเสียงให้ดังเต็มที่ ก็ได้ผลลัพธ์ออกมาดังนี้

ถ้าหากเปิดเครื่องสแตนด์บายเอาไว้จะสามารถอยู่ได้นานเต็มที่ประมาณ 6 ชม. แต่ถ้าเปิดหนังขึ้นมาดูด้วยเปอร์เซ็นต์การใช้งานแบตเตอรี่ตั้งแต่ 100% ถึง 7% จะใช้เวลาไปทั้งสิ้น 1 ชม. 43 นาที

แต่เนื่องจากระหว่างที่เราทำการทดสอบ ยังสามารถฝืนการทำงานจากการเปิดหนังต่อไปได้อีกจนถึง 5% (ก่อนที่หน้าจอจะมืดและดับไป) ก็พอจะสรุประยะเวลาของแบตเตอรี่แบบนานเต็มที่ได้ถึง 2 ชม. 8 นาทีเลยครับ

ต่อไปเรามาดูระยะเวลาการชาร์จแบตเตอรี่กันบ้าง โดยจะเริ่มชาร์จไฟตั้งแต่ 4% ไปจนถึง 99% จะใช้เวลารวมไปทั้งสิ้น 2 ชม.กับ 11 นาที

Hyper PI 0.99b

การทดสอบด้วยการหาค่า Pi (พาย) โดยวัดจากตำแหน่งหลังจุดทศนิยมที่ขนาด 1M (หรือ 1 ล้านตำแหน่ง) บนซีพียู Intel Core i5-2410M แบบ 2 คอร์ จะใช้เวลาไปทั้งสิ้น 20.030 วินาที

CINEBENCH R11.5 (64-Bit)

การทดสอบการเรนเดอร์ภาพ 3 มิติ สามารถทำคะแนนในส่วนของซีพียูได้ 2.59 pts และ OpenGL ได้ 17.60 fps

PCMark Vantage (ทดสอบการทำงานของโปรแกรมระหว่าง 32 บิตและ 64 บิต)

3DMark 06

3DMark 11

อุณหภูมิความร้อนโดยรวมของเครื่องขณะเปิดใช้งานโปรแกรมทั่วไป ความร้อนสูงสุดสำหรับซีพียูอยู่ที่ 62 องศาเซลเซียส

และความร้อนขณะเปิดโปรแกรม FurMark เพื่อสลับการทำงานจากชิพกราฟิคของอินเทลมาเป็นกราฟิคการ์ด Nvidia GeForce GT 520M ทำให้เกิดความร้อนบนตัวซีพียูสูงสุดและคงที่อยู่ที่ 83 องศาเซลเซียส

ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมที่ได้จากโปรแกรม HWiNFO32

สำหรับฮาร์ดดิสต์ที่ถูกบรรจุมาด้วยจะเป็นยี่ห้อ Western Digital (WDC WD6400BPVT-24HXZT1) ขนาด 640GB มีอินเตอร์เฟสแบบ SATA 3.0Gb/s และความเร็วจานหมุนที่ 5,400 รอบ เมื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพด้วยโปรแกรม HD Tune ก็สามารถทำความเร็วการอ่านสูงสุดอยู่ที่ 85.1 MB/s, มีความเร็วการอ่านเฉลี่ยอยู่ที่ 65.7 MB/s และมีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลอยู่ที่ 19.3 ms

สรุปผลการทดสอบ

ตลอดผลการทดสอบโน้ตบุคจากเลอโนโวที่มาพร้อมกับรุ่น IdeaPad Z470 ซึ่งเป็นโน้ตบุคสำหรับตลาดคอนซูเมอร์ ณ เวลานี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมากครับ ไม่ว่าจะมองที่การออกแบบที่ดูค่อนข้างสวยงาม แล้วยังมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากการใช้งานแบบครบเครื่องเช่น การใช้งานทางด้านมัลติมีเดีย แล้วยังครอบคลุมตลอดทุกการทำงาน ด้วยขุมพลังจากซีพียู Intel Core i5-2410M ที่ถึงแม้จะมีแกนประมวลผลมาให้เพียงแค่ 2 แกน แต่สำหรับการใช้งานจริงๆกับงานต่างๆก็ทำได้น่าประทับใจ ยิ่งได้ขุมพลังจากกราฟิคการ์ดแยกอย่าง Nvidia GeForce GT 520M มาช่วยในการแสดงผลภาพสามมิติด้วยแล้ว ยิ่งตอบโจทย์ให้กับเหล่าเกมเมอร์ที่ไม่เน้นเกมที่ต้องใช้พลังกราฟิคที่สูงมากได้อย่างดีทีเดียว

ขอขอบพระคุณ: เลอโนโว ประจำประเทศไทย ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

varietypc
varietypc

ส่วนตัวชื่นชอบการเขียน, พัฒนาซอร์สโค้ดเว็บไซต์เป็นชีวิตจิตใจ ตลอดจนถึงอัพเดตเนื้อหาทริค, เทคนิคคอมพิวเตอร์ และข่าวสารเทคโนโลยีทุกอย่าง นอกเหนือจากการเคลียร์งานหลักเสร็จเรียบร้อย ก็จะมาทิ้งชีวิตให้กับ VarietyPC.net กันต่อแทบทุกวัน แต่บางครั้งอาจจะไม่ได้อัพเดตเนื้อหา เพราะต้องพัฒนาระบบการจัดการ Backend หลังบ้านไปด้วยและมีคนทำเพียงคนเดียว แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนจากแหล่งใดๆก็ตาม ตอนนี้เว็บไซต์เล็กๆแห่งนี้ก็ใกล้ย่างเข้าปีที่ 13 แล้วครับ และจะยังคงอยู่แชร์ความรู้กับพี่น้อง เพื่อนๆคนไทย และทั่วโลกตลอดไปครับ

Articles: 1536

Is your WordPress site hacked, infected with malware, redirecting visitors, or showing security warnings?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *