วิธีแก้ปัญหาการใช้งานดิสก์ 100% บน Windows 11

0
1576
วิธีแก้ปัญหาการใช้งานดิสก์ 100% บน Windows 11

หากคุณพบว่าอัตราการใช้งานดิสก์ของคอมพิวเตอร์ Windows 11 ของคุณอยู่ที่ 100% อาจทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้าและไม่เสถียร ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะมีหลายวิธีที่คุณสามารถใช้ในการแก้ไขปัญหานี้ได้ในเวลาไม่นาน

สาเหตุที่ทำให้การใช้งานดิสก์สูงถึง 100%

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการแก้ไขปัญหานี้ เรามาทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้การใช้งานดิสก์สูงถึง 100% กันก่อน เพื่อให้คุณสามารถหาทางป้องกันและแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. การทำงานของโปรเซสที่ใช้ดิสก์สูง

  • บางโปรแกรมหรือกระบวนการทำงานในระบบปฏิบัติการอาจใช้พื้นที่ดิสก์มากจนทำให้เกิดการใช้งานดิสก์สูงถึง 100%
  • ตัวอย่างเช่น Windows Search, Microsoft Edge, หรือกระบวนการของแอนตี้ไวรัสที่ทำการสแกนไฟล์ต่างๆ

2. การดาวน์โหลดและติดตั้งการอัปเดตของ Windows

  • Windows อาจจะกำลังดาวน์โหลดหรือกำลังติดตั้งการอัปเดตอยู่เบื้องหลัง ทำให้ดิสก์มีการใช้งานสูง

3. การตั้งค่าความจำเสมือน (Virtual Memory)

  • หากมีการตั้งค่าความจำเสมือน (Virtual Memory) ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ดิสก์ถูกใช้งานสูง โดยเฉพาะหาก RAM ของเครื่องไม่เพียงพอ

4. ซอฟต์แวร์ที่มีการใช้งานทรัพยากรสูง

  • ซอฟต์แวร์บางประเภทเช่นเกม, โปรแกรมตกแต่งภาพ หรือโปรแกรมที่ต้องการประมวลผลสูงอาจทำให้ดิสก์ใช้งานเต็มที่

วิธีการแก้ไขปัญหาการใช้งานดิสก์ 100% บน Windows 11

เมื่อเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้ดิสก์มีการใช้งานสูงแล้ว ต่อไปนี้คือวิธีการที่คุณสามารถใช้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

1. ตรวจสอบกระบวนการที่ใช้งานดิสก์สูง

ตรวจสอบจาก Task Manager

  • เปิด Task Manager (กด Ctrl + Shift + Esc) และไปที่แท็บ Processes
  • ดูว่าโปรเซสไหนที่ใช้ดิสก์มากที่สุด
  • หากพบโปรเซสที่ใช้งานดิสก์สูง เช่น Windows Search หรือ Antivirus ให้ลองหยุดกระบวนการเหล่านั้นชั่วคราว เพื่อดูว่าปัญหาถูกแก้ไขหรือไม่

การปิด Windows Search ชั่วคราว

  • เปิด Run (กด Windows + R) แล้วพิมพ์ services.msc และกด Enter
  • หา Windows Search ในรายการ แล้วคลิกขวาและเลือก Stop

การปิด Windows Search ถาวร

  • หากการปิด Windows Search ช่วยแก้ปัญหาได้ คุณสามารถตั้งค่าให้ปิดถาวรได้
  • คลิกขวาที่ Windows Search, เลือก Properties, และตั้งค่า Startup Type เป็น Disabled

3. ปิดการทำงานของ SysMain (Superfetch)

การหยุด SysMain ชั่วคราว

  • เปิด Task Manager แล้วไปที่แท็บ Services
  • หาดู SysMain และคลิกขวาแล้วเลือก Stop

การปิด SysMain ถาวร

  • เปิด Run (กด Windows + R), พิมพ์ services.msc แล้วกด Enter
  • หา SysMain, คลิกขวาเลือก Properties, และตั้งค่า Startup Type เป็น Disabled

4. ตรวจสอบการตั้งค่าความจำเสมือน (Virtual Memory)

การตั้งค่าความจำเสมือนที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ดิสก์ใช้งานมากเกินไป หากคุณมี RAM น้อย การตั้งค่าความจำเสมือนให้เหมาะสมจะช่วยลดการใช้งานดิสก์

วิธีการตั้งค่าความจำเสมือน

  • ไปที่ Settings > System > About, แล้วคลิกที่ Advanced system settings
  • ในแท็บ Performance ให้คลิก Settings
  • ไปที่แท็บ Advanced และตรวจสอบขนาดของ Virtual Memory หากจำเป็นให้เพิ่มขนาดของมัน

5. การใช้ Disk Cleanup

การลบไฟล์ชั่วคราวและไฟล์ระบบที่ไม่จำเป็นจะช่วยลดการใช้งานดิสก์

วิธีการทำ Disk Cleanup

  • พิมพ์ Disk Cleanup ในช่องค้นหาและเลือก Disk Cleanup
  • เลือกไดรฟ์ที่คุณต้องการทำการล้าง (โดยปกติจะเป็น C:) และคลิก OK
  • เลือกที่จะลบไฟล์ระบบและไฟล์ชั่วคราว เพื่อคืนพื้นที่ดิสก์

6. การตรวจสอบไวรัสหรือซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์

บางครั้งไวรัสหรือซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์อาจทำให้การใช้งานดิสก์สูงเกินไป การสแกนหาไวรัสและมัลแวร์อาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้

วิธีการสแกนหาไวรัส

  • ใช้ Windows Defender หรือโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่คุณใช้อยู่ เพื่อทำการสแกนหามัลแวร์ในเครื่องของคุณ

7. ตรวจสอบความผิดปกติของดิสก์ (Disk Check)

หากดิสก์ของคุณมีปัญหาทางกายภาพหรือมีข้อผิดพลาด การตรวจสอบและซ่อมแซมดิสก์สามารถช่วยได้

การตรวจสอบดิสก์

  • เปิด Command Prompt ในโหมดผู้ดูแลระบบ (คลิกขวาที่ Start, เลือก Command Prompt (Admin))
  • พิมพ์คำสั่ง chkdsk /f และกด Enter เพื่อให้ Windows ตรวจสอบและซ่อมแซมข้อผิดพลาดของดิสก์

สรุป

การที่ดิสก์ของ Windows 11 ใช้งานสูงถึง 100% อาจทำให้ระบบช้าลงและมีปัญหากับการทำงานต่างๆ แต่ด้วยการปรับตั้งค่าหรือการแก้ไขบางอย่าง คุณสามารถลดการใช้งานดิสก์และทำให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองใช้วิธีการข้างต้นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ และหากยังไม่หาย คุณอาจต้องพิจารณาการติดตั้ง Windows ใหม่หรือตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม


ของเสียหายจาก Flash Express
บทความก่อนหน้านี้วิธีปิด Windows Update บน Windows 11
บทความถัดไปวิธีแก้ “You Need Permission to Perform This Action” ใน Windows 11
varietypc
เว็บไซต์นี้ใส่ความรู้ให้ผู้เยี่ยมชมแบบไม่หวังว่าจะมีรายได้ และได้ความรู้จากพวกทำ Blackhat ใส่มาเพื่อหวังทำลาย กลับกันผมผู้ดูแลก็ได้เอาวิธีรับมือไปช่วยเว็บไซต์อื่นที่โดนกรณีแบบนี้ได้มากมาย หรือเรียกอีกอย่าง คือ ผมได้ฝึกวิชาที่คุณให้มาทางอ้อม กึ่งๆ Whitehat คุณยิง Spam Backlink ใส่ไปก็เท่านั้น ขอบคุณสำหรับความรู้ Is there anything you need my help with? Feel free to call on me. I'm happy to help. Thank you for the knowledge. Very Thank Blackhat.

คุณคิดเห็นอย่างไรกับข่าว/บทความนี้

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.