Recovery Console จะคล้ายกับ Safe Mode ของ Windows 95/98/ME หากคอมพิวเตอร์ของเราไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้ตามปกติ ก็สามารถบูตเข้าสู่โหมด Recovery Console แล้วกู้ระบบขึ้นมาให้ใช้งานได้เหมือนเดิม จุดที่แตกต่างของ Automated System Recovery (ASR) กับ Recovery Console ก็คือ ASR จะต้องมีการสำรองไฟล์ระบบไว้ก่อนล่วงหน้า แต่ Recovery Console ไม่จำเป็นต้องสำรองไฟล์ระบบไว้ก่อน (ซึ่งบางครั้งจึงไม่สามารถแก้ไขได้ 100%)

วิธีการใช้งาน Recovery Console

อันดับแรกเราต้องมีแผ่นติดตั้ง Windows XP และเมื่อเปิดเครื่องก็เลือกบูตเข้าไปที่ไดร์ฟซีดีเมื่อเปิดเครื่อง ขณะแสดงข้อความว่า Press any key to boot from CD… ให้กดปุ่มอะไรก็ได้ 1 ครั้งแล้วรอสักครู่จะพบกับหน้าจอ Windows XP Professional Setup

73501

73502

เมื่อบูตด้วยแผ่นติดตั้ง Windows XP ผู้ใช้สามารถกดปุ่ม R เพื่อเรียกเข้าไปยัง Recovery Console ได้เลย

รอสักครู่จะปรากฏหน้าจอ Microsoft Windows XP(TM) Recovery Console และแสดงข้อความว่า Whick Windows installation would you like to log onto และข้อความข้างบนจะแสดงตำแหน่งไดร์ฟที่ได้ติดตั้ง Windows XP เอาไว้ ซึ่งโดยปกติจะแสดงเป็น 1: C:\>WINDOWS

73503

และทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.ที่หัวข้อ Whick Windows installation would you like to log onto (To cancel, press ENTER)? ใส่ค่าเป็นเลข 1 (ตัวเลขนี้จะบอกตำแหน่งของไดร์ฟที่ได้ติดตั้ง Windows XP เอาไว้

2.ที่หัวข้อ Type the Administrator password: ใส่รหัสผ่านของผู้ควบคุมระบบ (Administrator) ซึ่งเป็นรหัสผ่านที่ได้ตั้งไว้ในขั้นตอนของการติดตั้ง Windows XP หรือถ้าหากท่านไม่ได้ใส่รหัสผ่านเอาไว้ก็กด Enter ผ่านไปได้เลย

3.ที่หัวข้อ C:\>WINDOWS> พิมพ์คำสั่ง HELP เพื่อให้ระบบแสดงคำสั่งที่สามารถใช้งานได้ในโหมดของ Recovery Console แล้วกด Enter

73505

ต่อมาจะเป็นความหมายของคำสั่งต่างๆที่จำเป็นต้องใช้สำหรับ Recovery Console ซึ่งมีดังนี้

คำสั่งสำหรับการจัดการไฟล์และโฟลเดอร์

คำสั่ง CD หรือ CHDIR
CD หรือ CHDIR ใช้สำหรับเปลี่ยนตำแหน่งของโฟลเดอร์ปัจจุบัน มีรูปแบบคำสั่งเป็น CD folder-name หรือ CHDIR folder-name โดย folder-name คือตำแหน่งโฟลเดอร์ที่จะไป ถ้าพิมพ์ CD… หรือ CHDIR… จะเป็นการออกไปที่โฟลเดอร์ก่อนหน้านี้หนึ่งขั้น คำสั่งนี้จะใช้งานได้กับโฟลเดอร์ของระบบเท่านั้น สำหรับการใช้งานร่วมกับชื่อไฟล์แบบยาว (ที่มีการเว้นวรรค) สามารถใช้เครื่องหมาย ” ” คร่อมชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์แบบยาวได้ทันที

คำสั่ง COPY
COPY ใช้สำเนาไฟล์ต่างๆมีรูปแบบ COPY source destination ซึ่ง source ก็คือตำแหน่งไฟล์ต้นทางและ destination ก็คือตำแหน่งปลายทางที่จะสำเนาไป ในการใช้งานคำสั่งนี้จะใช้เครื่องหมาย * และ ? อย่างที่คุ้นเคยกันโดยไม่ต้องพิมพ์ชื่อไฟล์และตำแหน่งเต็มอย่างถูกต้อง ทั้งยังไม่สามารถสำเนาไปยังสื่อที่เคลื่อนย้ายได้ (เช่น แผ่นดิสต์) และสำหรับการทำสำเนาไฟล์จากแผ่นซีดีติดตั้งวินโดวส์นั้น ไฟล์ที่ถูกสำเนาจะถูกขยายออกจากการบีบอัดทันที

คำสั่ง DEL หรือ DELETE
DEL หรือ DELETE ใช้ลบไฟล์ที่ต้องการ มีรูปแบบ DELETE filename โดย filename จะเป็นตำแหน่งและชื่อของไฟล์ที่ต้องการจะลบทิ้ง คำสั่งนี้จะใช้ได้กับโฟลเดอร์ของระบบและสื่อที่เคลื่อนย้ายเท่านั้น

คำสั่ง DIR
DIR แสดงรายชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ที่มีอยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน โดยในส่วน attribute จะแสดงประเภทคือ D = โฟลเดอร์, H = ไฟล์ที่ซ่อนไว้, S = ไฟล์ระบบ, E = ไฟล์ที่เข้ารหัสไว้, R = ไฟล์ที่อ่านได้อย่างเดียว, A = ไฟล์ทั่วไป, C = ไฟล์ที่บีบอัดไว้ และ P = จุดต่อของไฟล์ (Reparse Point)

คำสั่ง EXIT
EXIT ใช้ออกจากโหมด Recovery Console แล้วรีสตาร์ทเครื่องใหม่ทันที ด้วยการกด Ctrl+Alt+Del

คำสั่ง MD หรือ MKDIR
MD หรือ MKDIR ใช้สร้างโฟลเดอร์ขึ้นมาใหม่ มีรูปแบบ MD Folder-name หรือ MKDIR Folder-name ซึ่ง Folder-name ก็คือชื่อโฟลเดอร์ที่ต้องการจะสร้างขึ้นใหม่ คำสั่งนี้จะใช้งานได้เฉพาะภายในโฟลเดอร์ระบบและสื่อที่เคลื่อนย้าย (เช่น แผ่นดิสต์) เท่านั้น

คำสั่ง RD หรือ RMDIR
RD หรือ RMDIR ใช้ลบโฟลเดอร์ที่ต้องการ มีรูปแบบ RD Folder-name หรือ RMDIR Folder-name ซึ่ง Folder-name ก็คือชื่อโฟลเดอร์ที่ต้องการจะลบ คำสั่งนี้จะใช้งานได้เฉพาะภายในโฟลเดอร์ระบบและสื่อที่เคลื่อนย้าย (เช่น แผ่นดิสต์) เท่านั้น

คำสั่ง REN หรือ RENAME
REN หรือ RENAME ใช้เปลี่ยนชื่อของไฟล์ คำสั่งนี้จะใช้งานได้เฉพาะภายในโฟลเดอร์ระบบและสื่อที่เคลื่อนย้าย (เช่น แผ่นดิสต์) เท่านั้น

คำสั่งสำหรับการจัดการระบบบูตของวินโดวส์

คำสั่ง FIXBOOT
FIXBOOT ใช้แก้ไขไฟล์บูตระบบที่เสียหาย มีรูปแบบ FIXBOOT drive: ซึ่ง drive: ก็คือไดรว์ที่ต้องการให้สร้างไฟล์ระบบใหม่

คำสั่ง FIXMBR
FIXMBR ใช้แก้ไขบูตเร็คคอร์ดหลักของระบบ มีรูปแบบ FIXMBR device-name โดย device-name ก็คือชื่อของอุปกรณ์ที่จะต้องแก้ไขบูตเร็คคอร์ดหลัก (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

คำสั่ง SYSTEMROOT
SYSTEMROOT ใช้ตั้งตำแหน่งปัจจุบันให้เป็นตำแหน่งหลักของระบบ (ในการใช้คำสั่งนี้ จะต้องมั่นใจว่าตำแหน่งโฟลเดอร์ที่อยู่ปัจจุบันนั้น มีไฟล์ระบบที่ใช้สำหรับบูตวินโดวส์ด้วย มิฉะนั้นอาจส่งผลกับเครื่องได้)

คำสั่งสำหรับการจัดการดิสต์และพาร์ทิชัน

คำสั่ง CHKDSK
CHKDSK ใช้ตรวจสอบดิสต์ว่ามีพื้นที่หรือไฟล์ที่เสียหายหรือไม่ มีรูปแบบ CHKDSK drive: /P /R โดย /P คือสั่งให้ตรวจสอบทุกไดรว์ที่มีอยู่ในเครื่อง และ /R คือให้แสดงรายละเอียดตำแหน่งพื้นที่ที่เสีย (Bad Sector) และที่กู้ขึ้นมาด้วย ในการใช้งานคำสั่งนี้จำเป็นจะต้องมีไฟล์ Autochk.exe อยู่ที่โฟลเดอร์ระบบด้วย ถ้าไม่มีไฟล์นี้ตัวโปรแกรมจะหาจากแผ่นซีดี (หรือแผ่นดิสต์) ที่ใช้ติดตั้งโดยอัตโนมัติ ถ้ายังไม่พบอีก ก็จะแสดงข้อความผิดพลาดเพื่อให้ระบุตำแหน่งที่มีไฟล์ Autochk.exe เก็บอยู่

คำสั่ง DISKPART
DISKPART ใช้จัดการกับพาร์ทิชันของฮาร์ดดิสตระบบ มีรูปแบบ DISKPART /add /delete device-name | drive-name | partition-name | size ซึ่ง /add ก็คือสร้างพาร์ทิชัน และ /delete คือลบพาร์ทิชันที่มีอยู่ ส่วน device-name เป็นชื่ออุปกรณ์ที่จะสร้าง/ลบ, drive-name คือตำแหน่งไดรว์(เช่น C:\), partition-name คือชื่อของตำแหน่งพาร์ทิชัน โดยอาจจะพิมพ์ DISKPART อย่างเดียวก็ได้ แล้วจะแสดงโปรแกรมสำหรับจัดการพาร์ทิชันขึ้นมา ซึ่งจะง่ายกว่าการพิมพ์คำสั่งเองตรงๆ

คำสั่ง FORMAT
FORMAT ใช้สั่งฟอร์แมตดิสต์หรือฮาร์ดดิสต์ มีรูปแบบ FORMAT drive: /Q /FS:FAT | FAT32 | NTFS สำหรับ drive: ก็คือไดรว์ที่ต้องการฟอร์แมต, /Q คือสั่งให้ฟอร์แมตอย่างเร็ว (คล้ายกับการลบไฟล์ทั้งหมด) และ /FS: เป็นการสั่งให้ฟอร์แมตฮาร์ดดิสต์ด้วยรูปแบบไฟล์ประเภทใด คือแบบ FAT, แบบ FAT32 หรือแบบ NTFS

คำสั่ง MAP
MAP ใช้แสดงรายชื่อไดรว์ทั้งหมดที่เชื่อมต่ออยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถใช้ MAP ARC ได้ด้วยเพื่อจะแสดงตำแหน่งฮาร์ดดิสต์เป็น multi(0)disk(0)rdisk(0)partition(1)

ขอขอบคุณ นิตยสาร ติดตั้งและแก้ปัญหาฉบับช่างฮาร์ดดิสต์

varietypc
varietypc

ส่วนตัวชื่นชอบการเขียน, พัฒนาซอร์สโค้ดเว็บไซต์เป็นชีวิตจิตใจ ตลอดจนถึงอัพเดตเนื้อหาทริค, เทคนิคคอมพิวเตอร์ และข่าวสารเทคโนโลยีทุกอย่าง นอกเหนือจากการเคลียร์งานหลักเสร็จเรียบร้อย ก็จะมาทิ้งชีวิตให้กับ VarietyPC.net กันต่อแทบทุกวัน แต่บางครั้งอาจจะไม่ได้อัพเดตเนื้อหา เพราะต้องพัฒนาระบบการจัดการ Backend หลังบ้านไปด้วยและมีคนทำเพียงคนเดียว แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนจากแหล่งใดๆก็ตาม ตอนนี้เว็บไซต์เล็กๆแห่งนี้ก็ใกล้ย่างเข้าปีที่ 13 แล้วครับ และจะยังคงอยู่แชร์ความรู้กับพี่น้อง เพื่อนๆคนไทย และทั่วโลกตลอดไปครับ

Articles: 1533

รับแก้ไขเว็บถูกแฮก · กำจัดมัลแวร์ · กู้คืนข้อมูล · เฝ้าระวังและป้องกันการโจมตีซ้ำ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *