Shop Categories:

ก็ถือได้ว่าทางบริษัทโซนี่เขาได้มีการเขย่าวงการตลาดโน้ตบุคกันอีกครั้งแล้วครับ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการสร้างกระแสความร้อนแรงที่สุดแล้ว ณ เวลานี้ในวงการ IT สำหรับตลาดโน้ตบุคทั่วโลก กับโน้ตบุค VAIO Z Series รุ่นใหม่นี้ที่ทาง VPC Lab โชคดีและได้นำมาร่วมทำการทดสอบ ตัวนี้ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวให้พร้อมที่จะวางจำหน่ายได้ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม เป็นต้นไป และเป็นการวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกอีกด้วย และในเรื่องของจุดเด่นที่น่าประทับใจก็มีอยู่หลายจุดด้วยกัน จะมีอะไรที่น่าประทับใจบ้างนั้น เดี๋ยวเรามาดูกันครับ
สำหรับ VAIO Z Series ที่มาพร้อมกับรหัสเทพบนตัวเครื่องก็คือ VPC-Z217GH จะมีการปรับปรุงแนวคิดทุกอย่างใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความบาง, มีน้ำหนักเบา แต่ก็ยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับประสิทธิภาพที่ไม่ได้ด้อยลงไปเลย ซึ่งถ้าหากเทียบกับโน้ตบุครุ่นอื่นๆหรือจากค่ายอื่นๆที่เน้นความบางเบา ก็จะต้องมีการตัดสเปคเครื่องบางส่วนลงไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนภายในเครื่องและผลเสียอื่นๆตามมาครับ เอาเป็นว่าเรามาดูสเปคเครื่องเบื้องต้นกันเลยดีกว่า
Sony Vaio VPC-Z217GH (Carbon Black) | |
| Processor: | Intel Core i7-2620M Processor 2.70GHz with Turbo Boost up to 3.40GHz |
| Chipset: | Intel HM67 Express |
| Memory: | 8 GB/1333MHz (4 GB (Custom Module) x 2) DDR3 SDRAM*2 (Max) |
| Harddisk: | Samsung MZRPA256HMDR x 2 (256 GB*3 (128 GB x 2(RAID 0), Serial ATA)) |
| Display: | 13.1 inch wide (Full HD: 1920×1080) TFT colour display (VAIO Display Premium, LED backlight, Adobe RGB 96% coverage) |
| Graphics (Bundled): | AMD Radeon™ HD 6650M 1 GB DDR3 |
| Graphics: | Intel HD Graphics 3000 |
| Optical: | Blu-ray Disc™ Drive with DVD SuperMulti |
| Network (RJ-45): | 1000BASE-T/100BASE-TX/10BASE-T x 1 |
| Wireless: | IEEE 802.11A/B/G/N (Maximum transmission speed: 300 Mbps, Maximum receipt speed: 300 Mbps) |
| Audio Adapter: | Dolby® Home Theater® v4, Digital Noise Canceling |
| Bluetooth: | Bluetooth® standard Ver. 2.1 + EDR |
| USB Port: | Hi-Speed USB (USB 2.0) Type A Connector x 2, SuperSpeed USB (USB 3.0) x 1 |
| Connector: | Analogue RGB, Mini D-Sub 15 pin x 1, HDMI Out x 1(3D Supported) |
| Web Camera: | HD web camera powered by “Exmor” (Resolution: 1280 x 1024, Effective Pixels: 1.31Mega pixels) |
| Battery: | VGP-BPS27/X |
| AC Adaptor: | VGP-AC19V49 or VGP-AC19V46 |
| Card Reader: | “Memory Stick Duo”(“Memory Stick PRO-HG” compatible, “MagicGate” (“MagicGate” is not supported for 256 MB or less capacity media. )) SD memory card (SDHC, SDXC compatible, UHS (SDR50) supported , Copyright protection (CPRM)) |
| Security/Utilities: | Fingerprint Sensor TCG ver.1.2 certified |
| OS: | Genuine Windows® 7 Professional with Service Pack 1 64-bit (English Version) |
| Weight: | 1.165 Kg. |
Product Gallery
เริ่มแรกจากการที่เปิดกล่องเจ้า VAIO Z ออกมาและได้ลองสัมผัส ก็ทำให้ถึงกับอึ้งไปเลยครับกับโน้ตบุครุ่นใหม่ล่าสุดตัวนี้ เนื่องจากด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง รวมถึงบอดี้ทั้งหมด จะออกแบบให้มีรูปทรงแบบ 6 เหลี่ยม และใช้วัสดุที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์โอบล้อมตัวเครื่องทั้งหมดเอาไว้ ซึ่งจะทำให้ตัวเครื่องมีความแข็งแรง ทนทานเป็นอย่างมาก และดูดซับความร้อนที่จะเกิดขึ้นในขณะกำลังใช้งานได้เป็นอย่างดี และยังมีการสกรีนอักษร VAIO ไว้เป็นอักลักษณ์เฉพาะอยู่เช่นเดิม
อ้อ เกือบลืมบอกไปครับว่า เจ้าโน้ตบุค VAIO Z ตัวนี้จะมีความบางเพียงแค่ 16.65 มิลมิเมตร รวมถึงน้ำหนักที่ได้ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มาช่วยออกแบบด้วยแล้ว ทำให้มีน้ำหนักที่เบาเพียงแค่ 1.165 กิโลกรัมเท่านั้นครับ
ในส่วนของด้านหน้าตัวเครื่องที่เป็นส่วนหลักๆและมองเห็นได้ชัดเจนก็จะมี เพียงแค่ช่องเสียบ Multi-Cardreader ที่มีไว้สำหรับเสียบ Memory Stick Duo Pro และ SD Card ที่รองรับ SDHC, SDXC มาให้แยกจากกัน
แต่ด้านหลังจะไม่มีพอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ใดๆ จะมีก็เพียงแค่ปุ่มเล็กๆที่อยู่ทางด้านซ้ายและขวา เอาไว้รองขอบจอสำหรับการกางหน้าจอออกมาใช้งานครับ เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนหรือสึกหรอได้ง่าย
ทางด้านซ้ายของตัวเครื่องก็จะมีพอร์ต D-Sub ไว้สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับจอแสดงผลเพิ่มเติม ถัดมาก็จะเป็นช่องระบายอากาศ โดยเฉพาะจุดนี้สำหรับ VAIO Z เขาจะเน้นในเรื่องของช่องระบายความร้อนให้เป็นหัวใจสำคัญของตัวโน้ตบุครุ่น นี้เลย เพราะโดยปกติแล้วตัวโน้ตบุคส่วนใหญ่มักจะใช้พัดลมระบายอากาศตัวใหญ่จำนวน 1 ตัว และพัดลมตัวใหญ่นี่เองจะทำให้การออกแบบเครื่องมีความหนาและระบายความร้อนได้ ยาก แต่สำหรับ VAIO Z ทีมงานออกแบบเขาจะพัฒนาให้มีพัดลมขนาดเล็กจำนวน 2 ตัว เพื่อให้การระบายความร้อนทำได้ดียิ่งขึ้นครับ
ทางด้านขวาของตัวเครื่องก็จะเป็นในส่วนของช่องเสียบหูฟัง, ไมโครโฟน, Gigabit Lan 10/100/1000, พอร์ต HDMI, USB 2.0 x 1, USB 3.0 x 1 และพอร์ตเสียบอะแด็บเตอร์ ซึ่ง 2 พอร์ตทางขวามือสุดนี้จะยังมีหน้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง จะพูดว่าเป็นการชูคอนเซ็ปต์ของจุดขายอีกจุดหนึ่งเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ 2 พอร์ตนี้จะเอาไว้สำหรับเชื่อมต่อกับชุด Power Media Dock ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวไดรฟ์บลูเรย์และมีการ์ดจอรวมอยู่ด้วย (บางท่านอาจจะสงสัยหรืออาจจะไม่เชื่อว่ามีการ์ดจอรวมอยู่ในไดรฟ์บลูเรย์ตัว นี้ด้วย เดี๋ยวเรารอดูกันต่อไปครับ) ซึ่งจะอาศัยเทคโนโลยี Light Peak และเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ Intel ที่เพิ่งมีการพัฒนาออกมา ผ่านการส่งสัญญาณด้วยสายไฟเบอร์ออพติค ทำให้มีการส่งถ่ายสัญญาณข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง และจุดเด่นจุดนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้สูงขึ้นอีกด้วย
ถัดมาที่มุมขวาบนของตัวเครื่อง (นับจากซ้าย) จะมีสวิตซ์เปิด/ปิดการรับสัญญาณไวเลสและบลูทูธเป็นแบบแมนนวล ถัดมาก็จะเป็นชุด 3 ปุ่มพิเศษ (เป็นปุ่มเซ็นเซอร์ด้วย ไม่ใช่ปุ่มกดที่เคยมีอยู่บน VAIO รุ่นอื่นๆ) เช่น ปุ่ม ASSIST ที่จะใช้สำหรับการเปิดโปรแกรม VAIO Care ซึ่งจะช่วยให้เราตรวจเช็คเครื่องใหม่ได้ทุกวัน, ปุ่ม WEB ที่มีไว้สำหรับเปิดหน้าต่างเว็บเบราเซอร์เมื่อต้องการท่องเว็บหรือจะเป็นการ เปิดเข้าเว็บโดยที่ไม่ต้องบูตเข้าสู่ระบบวินโดวส์ก็สามารถทำได้ และปุ่มถัดไปก็คือ ปุ่ม VAIO จะช่วยให้การเปิดชุดโปรแกรม VAIO Media Gallery ทำได้รวดเร็ว และที่อยู่ติดกันก็จะเป็นเซ็นเซอร์ Ambient Light Sensor จะทำหน้าที่คอยวัดระดับแสง แล้วปรับความสว่างบนหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ หรือหากเราเอานิ้วไปปิดเซ็นเซอร์ปุ๊บ ก็จะทำให้ไฟเรืองแสงที่อยู่ใต้ปุ่มคีย์บอร์ดสว่างขึ้น และตรงนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นด้วยเช่นเดียวกัน ที่หากเปรียบเทียบกับ VAIO Z รุ่นก่อนหน้า หากเราทำการเคาะที่ปุ่มคีย์บอร์ด เพื่อแสดงให้เครื่องรู้ว่า เราต้องการใช้งานเครื่องแล้ว ก็จะมีไฟสว่างขึ้นมารอบๆบริเวณปุ่มกด แต่สำหรับ VAIO Z รุ่นนี้จะมีไฟสว่างเฉพาะที่ตัวหนังสือของแต่ละปุ่มเท่านั้น เพื่อลดแสงสว่างมาแยงตาผู้ใช้งานครับ
ภาพเปรียบเทียบการทำงานของ Ambient Light Sensor ที่อยู่ใต้ปุ่มคีย์บอร์ด
มุมซ้ายของตัวเครื่องก็จะมีไฟแสดงการทำงานของแบตเตอรี่, ฮาร์ดดิสต์ และการทำงานของสัญญาณไวเลส
มุมขวาของตัวเครื่องจะแสดงชื่อรุ่น “VPCZ2” ก็จะหมายถึงชื่อโปรดักซ์ VAIO Z รุ่นที่ 2 นั่นเอง
Touchpad: จะถูกออกแบบมาให้มีความแตกต่างกับแท่นวางมือซึ่งเป็นอะลูมิเนียม เพื่อบ่งบอกถึงขอบเขตการใช้งานเคอร์เซอร์และลดความผิดพลาดได้เป็นอย่างดี และถัดลงมาก็จะเป็นเทคโนโลยีเพิ่มความปลอดภัยด้วย Fingerprint Sensor ไว้สำหรับสแกนลายนิ้วมือจำกัดการใช้งานเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเครื่องรวม ถึงการจำกัดสิทธิ์การเรียกใช้โปรแกรมต่างๆ และป้องกันการแอบใช้งานจากบุคคลอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตได้อีกด้วย
แป้นพักมือทางด้านขวา: จะแสดงฟีเจอร์ที่โดดเด่นรองรับกับตัวเครื่อง VAIO Z ไว้อย่างครบครัน
ที่วางมือรวมทั้งแป้นพิมพ์จะใช้วัสดุที่เป็นอะลูมิเนียมแบบแผ่นเดียวไร้ รอยต่อ ก็เพื่อให้เกิดความแข็งแรง รวมทั้งปุ่มกดแต่ละปุ่ม ก็ถูกออกแบบมาให้แยกอิสระออกจากกัน ช่วยให้การพิมพ์แบบเร่งรีบทำได้ค่อนข้างแม่นยำยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาดให้น้อยลงนั่นเอง
ในส่วนของกล้อง HD Web Camera ตัวกล้องจะถูกออกแบบโดยผู้ผลิตที่เคยออกแบบเซ็นเซอร์ภาพที่ใช้สำหรับกล้อง ดิจิตอล Cybershot อย่างเทคโนโลยี Exmor ทำให้มีความละเอียดในการแสดงผลถึง 1,280×1,024 หรือ 1.31 ล้านพิกเซล ซึ่งจะมีข้อดีตรงที่สามารถจับภาพในจุดที่มีแสงน้อยได้ดีและการสนทนา ผ่านกล้องทำได้คมชัดยิ่งขึ้น รวมถึงจะมีค่า noise ที่ต่ำกว่าปกติ, แผงหน้าจอจะเป็นแบบ Full HD ที่มีขนาดความกว้าง 13.1 นิ้ว มีความละเอียดสูงถึง 1,920×1,080 พิกเซล และหน้าจอความละเอียดสูงตัวนี้ จะมีการเคลือบสารพิเศษที่สามารถป้องกันแสงสะท้อนให้มีภาพมีความคมชัด สีสันสดใสสมจริงใกล้เคียงกับระดับการแสดงสีของ Adobe RGB ทำให้สามารถนั่งทำงานได้ตลอดทั้งวัน ไม่ปวดสายตา
จอภาพสามารถกางออกได้เต็มที่ถึง 158 องศา ก็เรียกได้ว่า กางออกได้เยอะพอสมควรเลยครับ
ในส่วนของขาบานพับของหน้าจอ ก็ทำได้ค่อนข้างแข็งแรงครับ แต่เนื่องจากหน้าจอจะมีความบางไปสักหน่อย เวลาเปิดหรือปิดก็ไม่ควรใช้แรงเยอะเกินไปนะ
ถ่ายภาพด้านข้างเพื่อให้เห็นถึงความบางของหน้าจอที่มีความบางอยู่ประมาณ 5 มิลลิเมตรเท่านั้น
ก้อนแบตเตอรี่ที่ถูกออกแบบมาให้ดูอลังการงานสร้างเอาเสียมากๆ รวมทั้งกำลังไฟที่จ่ายให้กับเครื่องก็มีขนาด 11.1v. / 4,000 mAh / 45 Wh ครับ และสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 6.5 ชั่วโมง
ถ่ายภาพหน้าตาแบตเตอรี่ให้มองเห็นกันได้แบบชัดๆกันไปเลย
ถ้าหากประกอบตัวเครื่องเข้ากับ Sheet Battery ผ่านช่องต่ออุปกรณ์เสริม จะยิ่งทำให้สมรรถนะการทำงานเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า หรือ 13 ชั่วโมงเลยทีเดียว สามารถใช้งานได้ทั้งวันด้วยการชาร์จไฟเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้ตัว Sheet Battery ยังสามารถทำการชาร์จไฟแยกจากเครื่องโน้ตบุค และประกอบเข้ากับตัวเครื่องได้ทันที โดยไม่ต้องถอดแบตเตอรี่ในตัวเครื่องออกอีกด้วย
อุปกรณ์เสริม Power Media Dock จะช่วยในเรื่องของการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง ในขณะที่เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ และสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านงานกราฟิค และใช้งาน Blu-ray Disc ไปพร้อมๆกันได้ รวมทั้งชุดหูฟังคุณภาพสูงที่สามารถขจัดเสียงรบกวนแบบดิจิตอลก็มีแถมมาให้ด้วยเหมือนกันครับ
เพิ่มเติมในชุด Power Media Dock จะมีการรวมเอาชุดประมวลผลกราฟิค AMD Radeon HD 6650M และหน่วยความจำ VRAM ขนาด 1GB ไว้ในตัว เพื่อช่วยให้ภาพในการประมวลผลกราฟิคหนักๆอย่างโปรแกรม 3D หรือการเล่นเกม สามารถทำได้ราบรื่นและคมชัดมากยิ่งขึ้น
Catalyst Control Center
ทางด้านโปรแกรมปรับแต่งการใช้งานชุดอุปกรณ์เสริมอย่าง Power Media Dock ผ่านโปรแกรม Catalyst Control Center จาก AMD จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานกราฟิคผ่านจอมอนิเตอร์แยกด้วยการปรับแต่ง ตัวเลือกอย่าง Accelerate notebook displays ให้แสดงผลแยกอิสระออกจากกันได้
อีกทั้งการปรับแต่งผ่านตัวเลือก Allow additional displays เมื่อต้องการให้มีการต่อจอมอนิเตอร์แสดงผลแยกอิสระเพิ่มอีก 2 จอจากการเสียบจอเพิ่มเติมผ่าน Power Media Dock จะทำให้เราสามารถต่อจอรวมกันสูงสุดได้ถึง 4 จอเลยครับ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
หน้าจอโปรแกรมแสดงการเชื่อมต่อของชุด Power Media Dock ซึ่งชุดเชื่อมต่อตรงนี้จะต่อผ่านพอร์ต USB 3.0 และช่องเสียบอะแด็บเตอร์สำหรับเสียบไฟเลี้ยงทางด้านขวาของตัวเครื่อง และที่ชุด Power Media Dock ก็จะใช้ชุดอะแด็บเตอร์อีกหนึ่งชุดสำหรับต่อกับระบบปลั๊กไฟภายในบ้านครับ (ส่วนชุดอะแด็บเตอร์ที่เคยใช้งานอยู่กับตัวโน้ตบุคก็ให้ถอดเก็บเอาไว้ได้ เลย)
และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับตัวไดรฟ์บลูเรย์ที่อยู่รวมกับ Power Media Dock เช่นเดียวกัน
เมื่อนำชุด Power Media Dock มาต่อเข้ากับพอร์ตพิเศษของตัวเครื่อง VAIO Z ก็จะทำให้ได้การใช้งานทางด้าน 3D ต่างๆหรือรองรับการเล่นเกมที่สมบูรณ์แบบสุดๆกันไปเลยครับ
น้ำหนักเฉพาะตัวเครื่อง เมื่อนำมาวางบนตราชั่ง ก็จะได้น้ำหนักที่ทาง VPC Lab ทดสอบ เรียกได้ว่าเบามากๆ โดยหนักเพียงแค่ 1.147 กิโลกรัมเท่านั้น
รวมทั้งการนำเอาชุดอะแด็บเตอร์และสายไฟ AC มาชั่งรวมกัน ก็จะได้น้ำหนักอยู่ที่ 1.467 กิโลกรัม ถ้าหากพกพาเอาเครื่องนี้ไปใช้งานกับธุรกิจหรือสถานที่ต่างๆ ก็ไม่ต้องกังวลกับเรื่องน้ำหนักอีกต่อไปครับ
ชุดอุปกรณ์เสริม Power Media Dock จะมีน้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ 1.483 กิโลกรัม
ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการแนะนำทุกๆส่วนของตัวโน้ตบุค VAIO Z กันไปเรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วหลังจากนี้เราก็จะไปดูกันต่อที่สเปคเครื่อง, โปรแกรมที่น่าสนใจสำหรับ VAIO Z คร่าวๆ รวมถึงผลการทดสอบต่างๆด้วย
Application for SONY VAIO
ก็จะขอแนะนำเป็นบางโปรแกรมนะครับ อย่างโปรแกรม VAIO Care ที่เมื่อมีการกดปุ่มฟังก์ชั่นพิเศษบนตัวเครื่องอย่างปุ่ม ASSIST ตัวโปรแกรมเฉพาะของ SONY VAIO ตัวนี้ก็จะถูกเปิดขึ้นมาให้ใช้งาน สำหรับตรวจเช็คเครื่องของเราได้ เช่น การตรวจเช็คฮาร์ดดิสต์เพื่อดูการจัดระเบียบไฟล์จากการทำ Defragmentation หรือจะเป็นการทำ Clean up ด้วยการตั้งค่าให้ทำงานแบบอัตโนมัติก็สามารถทำได้
ต่อกันที่โปรแกรม VAIO Control Center โดยเราสามารถปรับแต่งการใช้พลังงานของตัวเครื่องผ่านโปรแกรมนี้ได้ครับ
System Information
Windows 7 Professional ก็จะเป็นระบบปฏิบัติการหลักที่ถูกติดตั้งมาให้กับเครื่องด้วยเลย อีกทั้งยังเป็นของแท้อีกด้วยครับ
Performance Information and Tools
ในส่วนของการวัดประสิทธิภาพของตัวเครื่องผ่านโปรแกรมที่มีติดมาให้กับ Windows 7 อยู่แล้ว ก็สามารถทำคะแนนในทุกๆส่วนออกมาได้ค่อนข้างสูงพอสมควร
Screen Resolution
แม้ว่าหน้าจอจะมีขนาดความกว้างเพียง 13.1 นิ้ว แต่ในเรื่องของการปรับค่าความละเอียดสูงสุดสามารถปรับได้แบบ Full HD กันเลยครับ
CPU-Z Information
GPU-Z Information
ทางด้านชิพกราฟิคที่มีมาพร้อมกับตัวเครื่องเลยและฝังอยู่บนชิพเดียวกันกับซีพียูก็จะเป็นชิพ Intel HD Graphics 3000 ซึ่งชิพตัวนี้ก็ถือได้ว่า สามารถเล่นเกมส์ได้ดีในระดับหนึ่งแล้วครับ มิหนำซ้ำก็สามารถทำคะแนนเฟรมเรทออกมาได้ดีอีกด้วย
สำหรับกราฟิคการ์ดแบบแยกที่ถูกบรรจุเอาไว้ใน Power Media Dock ตัวโปรแกรม GPU-Z จะมองรุ่นของกราฟิคการ์ด AMD Radeon HD 6650M เป็น HD 6730M
ตรวจเช็คสเปคเครื่องด้วยโปรแกรม AIDA64 Extreme Edition
Benchmark Test
สำหรับผลการทดสอบทาง VPC Lab เราจะแยกผลการทดสอบออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ ผลทดสอบที่ได้จาก Intel HD Graphics 3000 ที่ถูกบรรจุรวมไว้กับตัวซีพียู และผลทดสอบที่ได้จากกราฟิคการ์ดแบบแยก AMD Radeon HD 6650M เพื่อเป็นการเปรียบเทียบดูว่าผลการทดสอบทั้ง 2 ชุดจะมีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน
ผลทดสอบที่ได้จาก Intel HD Graphics 3000
เรามาดูในส่วนของรายละเอียดของตัวแฟลชเมมโมรี่ (SSD) ที่จะถูกนำมาใช้แทนฮาร์ดดิสต์แบบจานหมุนกันก่อนครับ โดยแฟลชเมมโมรี่ที่ได้นำมาองค์ประกอบหลักที่จะช่วยให้การบูตระบบ Windows และโปรแกรมต่างๆทำได้เร็วขึ้นนี้จะเป็นของ Samsung ที่มาพร้อมกับรุ่น MZRPA256HMDR จำนวน 2 ชุด และมีการนำเทคโนโลยี Raid 0 มาใช้งานด้วย ก็จะช่วยทำให้พลังในการประมวลผลเพิ่มขึ้นอีก 20% แถมกินไฟน้อยลงถึง 30% และลดความร้อนสะสมของตัวเครื่องไปได้อีก 40% เลยทีเดียวเชียวครับ
ในส่วนของผลการทดสอบก็จะเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของแฟลชเมมโมรี่ โดยการใช้ HD Tune 4.60 สำหรับการทดสอบ ซึ่งผลการทดสอบดังกล่าวนี้จะยังไม่ได้มีการต่อชุด Power Media Dock เพิ่มเข้าไป แต่จะเป็นการทดสอบแบบโดดๆเฉพาะตัวเครื่องเลยครับ ก็จะได้ความแรงออกมาดังรูป
การตรวจเช็คความร้อนภายในเครื่องโดยใช้โปรแกรม HWiNFO32 ขณะเปิดเครื่องสแตนบายด์เอาไว้
รวมทั้งการเร่งการทำงานของระบบโดยรวมให้ทุกอย่างทำงานแบบ Full Load (ยกเว้นกราฟิค) ด้วย AIDA64 เพื่อทดสอบหาความร้อนสูงสุด
และกลับมาที่ผลเบ็นช์มาร์คเล็กๆน้อยๆกับโปรแกรม HWiNFO32
Hyper PI 0.99b
PCMark Vantage Professional 64-bit
PCMark 7 Professional
3DMark06 Professional
3DMark Vantage
3DMark 11 Professional
CineBench R11.5 (64-bit)
ต่อไปเราก็มาดูผลทดสอบที่ได้จากกราฟิคการ์ดแบบแยก AMD Radeon HD 6650M กันบ้างครับ
PCMark Vantage Professional 64-bit
3DMark06 Professional
3DMark Vantage
CineBench R11.5 (64-bit)
Unigen Heaven Benchmark v.2.5 (DirectX 11)
และสุดท้ายกับการทดสอบการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ด้วยการทดสอบเฉพาะ แบตเตอรี่ของตัวเครื่อง (ไม่ได้มีการเสียบชุด Power Media Dock) ด้วยโปรแกรม BatteryMon
ด้วยการเปิดหนังแบบ Full HD ไปด้วย โดยเริ่มนับจากประจุไฟเต็มก้อนที่ 100% จนถึง 8% แล้วหน้าจอดับไป ผลปรากฏว่า แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานสุด 1 ชม. 50 นาที
และระยะเวลาของการชาร์จไฟกลับเข้าไปใหม่ โดยเริ่มจาก 8% ไปจนครบ 100% จะใช้ระยะเวลาในการชาร์จไฟทั้งหมดอยู่ที่ 2 ชม. 10 นาทีครับผม
สรุปผลการทดสอบ
จากการที่ผมได้ทดลองใช้งานและทดสอบโน้ตบุค VAIO Z อยู่พักใหญ่ ก็พบว่าโน้ตบุครุ่นนี้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการทำงานที่ครบเครื่องมากทีเดียวเหมาะสมกับราคาจริงๆ เพราะสามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานทางด้านมัลติมีเดีย, งานทั่วไป และงานทางด้านกราฟิค 3D และผลทดสอบที่ได้จากความรู้สึกก็สามารถแบ่งออกมาเป็นหัวข้อย่อยได้ดังนี้
+ ในส่วนของหน้าจอขนาด 13.1 นิ้ว ถ้าหากเทียบกับโน้ตบุคหลายๆรุ่นที่มีวางจำหน่ายอยู่และมีขนาดหน้าจอที่เท่า หรือใกล้เคียงกัน จะไม่สามารถแสดงผลที่ความละเอียดระดับ Full HD ได้ (บางรุ่นสามารถให้ความละเอียดสูงสุดที่ 1600×900 พิกเซลเท่านั้น แถมตัวหน้าจอก็ยังเพิ่มความสามารถการแสดงเฉดสีในเรื่องของค่า Adobe RGB ได้สูงถึง 96% อีกด้วย พร้อมทั้งตัวหน้าจอก็ได้มีการเคลือบสารพิเศษเพื่อป้องกันแสงสะท้อนมารบกวน การมองขณะใช้งาน
+ บนโน้ตบุค VAIO Z รุ่นนี้ก็จะแตกต่างกับ VAIO Z รุ่นก่อนหน้าก็ตรงที่มีการนำแฟลชเมมโมรีมาใช้งานเพียงหนึ่งลูก แต่สำหรับ VAIO Z รุ่นใหม่ที่ทาง VPC Lab ได้ทำการทดสอบจะใช้แฟลชเมมโมรีจำนวน 2 ชุดมาต่อด้วยเทคโนโลยีของ Raid 0 มาช่วยด้วย ก็ส่งผลให้ความสามารถในการอ่าน/เขียนข้อมูลทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
+ ในด้านของตัวบอดี้จะมีการนำเอาวัสดุพิเศษอย่างคาร์บอนไฟเบอร์มาประกอบทั้ง หมด และออกแบบรูปทรงให้มีลักษณะแบบ 6 เหลี่ยม และได้มีการทดสอบแล้วว่าการออกแบบรูปทรงดังกล่าว จะช่วยให้ตัวโน้ตบุคมีความแข็งแรงต่อแรงกดกระแทกเป็นอย่างมาก
+ และอีกส่วนที่น่าประทับใจกับชุด Power Media Dock ที่ถือว่าเป็นไม้ตายของทางโซนี่เลยก็ว่าได้ ที่จะเป็นทั้งตัวบลูเรย์ไดรฟ์และกราฟิคการ์ดรวมอยู่ในตัวเดียวกัน และมีการใช้เทคโนโลยี Light Peak ที่ทาง Intel เป็นผู้ออกแบบให้สายไฟเบอร์ออพติคเป็นตัวส่งถ่ายข้อมูล ก็จะช่วยทำให้ประสิทธิภาพที่ได้จากการใช้งานกราฟิคเป็นไปได้อย่างยอดเยี่ยม อีกด้วย มิหนำซ้ำ ชุด Power Media Dock ชุดนี้ยังสามารถต่อเข้ากับจอมอนิเตอร์ได้สูงสุดถึง 4 หน้าจอพร้อมกัน และสามารถตั้งค่าให้แต่ละหน้าจอแยกการทำงานอิสระออกจากกันได้อีกด้วยครับ
+ รวมทั้งระบบที่ใช้ในการควบคุมเสียงบนโน้ตบุค VAIO Z จะนำระบบ Dolby Home Treater v4 มาใช้งาน ทำให้การรับชมภาพยนตร์, ฟังเพลง, เล่นเกมส์ หรือจะใช้ในการฟังรายการประชุมก็สามารถขับพลังเสียงผ่านลำโพงของตัวเครื่อง ออกมาได้อย่างชัดเจน แม้จะเปิดเสียงให้ดังแบบสุดๆก็ยังคงความชัดอยู่ครับ
ก็คงจะถูกอกถูกใจเพื่อนๆที่ชื่นชอบสินค้าดีๆจาก SONY กันไปพอสมควรนะครับ ถ้าหากเพื่อนๆท่านใดอยากสัมผัสตัวจริงของโน้ตบุครุ่นนี้แบบใกล้ชิดละก็ สามารถแวะชมสินค้าชิ้นนี้ได้ที่ Shop ของ SONY VAIO ได้ทุกสาขาเลย สำหรับวันนี้ก็ขอจบบทความเอาไว้แด่เพียงเท่านี้นะครับผม
ในส่วนของราคาค่าตัวของ SONY VAIO VPC-Z217GH (Carbon Black) ก็จะอยู่ที่ 94,990 บาท
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
+ โซนี่ไทยเปิดตัว VAIO Z ใหม่ อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพเต็มพลัง


















